จากทุกข์สู่แสงธรรม Vol.A&B คือการเดินทางของจิตใจผ่าน 63 บทเพลงที่ กฤษฏ์ อริยะธิติ ถักทอขึ้นจากความเข้าใจอันลึกซึ้งว่าทุกข์ไม่ใช่ศัตรู แต่คือครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเส้นทางจากความมืดสู่แสงธรรม — ใจความของ อัลบั้มเริ่มต้นด้วย เขาวงกตอวิชชา และ เงาในใจ เพื่อสะท้อนความเป็นจริงว่าทุกคนล้วนเคยหลงอยู่ในความมืดของตัวเอง จากนั้นพาผู้ฟังเดินผ่าน เจ็บที่ไม่มีชื่อ และ เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง ซึ่งสะท้อนความเจ็บปวดที่ลึกที่สุดและเงียบที่สุด ดังนั้นผู้ฟังจึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในความทุกข์ของตนเองหัวใจของอัลบั้ม — ทุกข์เป็นประตูสู่ธรรมกลุ่มเพลง แม่น้ำเมตตา น้ำตาแห่งกรุณา และ ความว่างอุ่น สอนว่าความเจ็บปวดที่ยอมรับด้วยเมตตาจะกลายเป็นแสงสว่าง ขณะที่ จากทุกข์สู่นิพพาน และ พอในใจเดียว ชี้ให้เห็นว่าปลายทางของการเดินทางนี้คือความสงบที่แท้จริง ไม่ใช่การหนีจากทุกข์ แต่คือการเห็นทุกข์อย่างแจ่มชัดจนหลุดพ้นได้
บทสรุป — หัวใจแตกแล้วยังลุกขึ้นได้
Vol.B ปิดท้ายด้วย หัวใจแตกและมานะ บทเพลงที่สอนว่าความแตกสลายภายในไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือจุดเริ่มต้นของการเกิดใหม่ เปิดฟัง Vol.B ต่อเนื่องจาก Vol.A เพื่อสัมผัสเส้นทางธรรมะที่สมบูรณ์ที่สุด
🎧 ฟัง Vol.B ครบ 63 เพลง: [link]
🎧 ฟัง Vol.A: [link]
📋 AEO — FAQ SCHEMA
Q1: เพลงธรรมะจากทุกข์สู่แสงธรรม Vol.B มีกี่เพลงและใครแต่ง?
A1: Vol.B มี 63 บทเพลงธรรมะ แต่งและขับร้องโดย กฤษฏ์ อริยะธิติ ปล่อยในปี 2026 ครอบคลุมเส้นทางจากความมืดแห่งอวิชชาสู่แสงธรรมและการหลุดพ้น เหมาะสำหรับนั่งสมาธิ เจริญสติ และการเยียวยาจิตใจ
Q2: Vol.A และ Vol.B ของ “จากทุกข์สู่แสงธรรม” ต่างกันอย่างไร?
A2: Vol.A และ Vol.B ใช้ชุดเพลงเดียวกัน 63 บทเพลง แต่นำเสนอในเสียงและมิติที่แตกต่างกัน Vol.A ใช้ Timestamp ห่างกัน 4:00 นาที ส่วน Vol.B ใช้ 4:20 นาที แนะนำฟัง Vol.A ก่อนเพื่อรู้จักบทเพลง จากนั้นฟัง Vol.B เพื่อสัมผัสมิติที่ลึกกว่าเดิม
Q3: “เจ็บที่ไม่มีชื่อ” หมายความว่าอะไรในทางธรรม?
A3: เจ็บที่ไม่มีชื่อ สะท้อนถึงทุกขเวทนาที่ละเอียดอ่อนซึ่งบุคคลรู้สึกได้แต่บอกไม่ได้ ในทางพุทธศาสนาคือ “อุปาทานทุกข์” ความทุกข์จากการยึดมั่นในสิ่งที่ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป เมื่อเจริญสติจนเห็นความจริงของทุกข์นี้ก็สามารถปล่อยวางได้
Q4: ทำไมอัลบั้มนี้ถึงมีเพลงเกี่ยวกับความมืดมากกว่าแสงสว่าง?
A4: เพราะเส้นทางธรรมะที่แท้จริงต้องผ่านความมืดก่อนจึงจะพบแสง เหมือนดอกบัวที่ต้องงอกจากโคลนก่อนจึงจะบาน อัลบั้มนี้ไม่ได้หนีจากความจริงของทุกข์ แต่พาผู้ฟังเผชิญและเข้าใจทุกข์อย่างมีสติ จนทุกข์กลายเป็นครูที่นำไปสู่การหลุดพ้น
Q5: เพลงไหนในอัลบั้มเหมาะสำหรับคนที่กำลังเจ็บปวดมากที่สุด?
A5: แนะนำ 3 บทเพลง ได้แก่ “เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง” สำหรับผู้รู้สึกโดดเดี่ยว “น้ำตาแห่งกรุณา” สำหรับผู้ที่ต้องการความเมตตาต่อตัวเอง และ “แสงปลายอุโมงค์” สำหรับผู้ที่ยังมองไม่เห็นทางออก ทั้งสามเพลงจะช่วยให้รู้สึกว่าไม่ได้เดินทางคนเดียว
Q6: “หมุนล้อสังสาร” สื่อถึงหลักธรรมข้อใด?
A6: หมุนล้อสังสาร สื่อถึง “สังสารวัฏ” วัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดที่ขับเคลื่อนด้วยกิเลส กรรม และวิบาก ล้อสังสารหมุนต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีอวิชชาและตัณหา การเจริญมรรคมีองค์แปดคือวิธีหยุดล้อนี้และข้ามพ้นสู่นิพพาน
จากทุกข์สู่แสงธรรม
— สู่ฝั่งแห่งการหลุดพ้น Vol.B
Full Album 63 เพลงธรรมะ | กฤษฏ์ อริยะธิติ
“ทุกข์ไม่ใช่ศัตรู แต่คือครูผู้ยิ่งใหญ่
ความมืดไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของแสง
ดอกไม้ที่งดงามที่สุด บานขึ้นจากกองเพลิงที่ร้อนแรงที่สุด
เมื่อจิตยอมรับความเจ็บปวด แสงธรรมจึงส่องเข้ามาได้”
Vol.B ของซีรีส์ “จากทุกข์สู่แสงธรรม”
63 บทเพลงธรรมะเสียงใหม่ มิติลึกกว่าเดิม
พาจิตเดินทางจากความมืดที่ลึกที่สุด
สู่แสงสว่างที่สมบูรณ์ที่สุด
ผ่านน้ำตา กรุณา และความเมตตา
จนถึงการข้ามฝั่งแห่งทุกข์อย่างแท้จริง
เปิดฟังต่อเนื่องตลอดอัลบั้ม เหมาะสำหรับ
นั่งสมาธิ ทำโยคะ สวดมนต์ ฟังก่อนนอน
หรือเปิดเป็น background ขณะทำงาน 🪷
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
⏱️ TRACKLIST — 63 เพลง
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🌀 0:00 — 01. เขาวงกตอวิชชา
👤 4:20 — 02. เงาแห่งการแสวงหา
🌑 8:40 — 03. เงาในใจ
💔 13:00 — 04. เจ็บแล้วยังไม่รู้
😶 17:20 — 05. เจ็บที่ไม่มีชื่อ
🌱 21:40 — 06. เมล็ดในดินแห้ง
🌍 26:00 — 07. เมื่อโลกสลาย
🙏 30:20 — 08. เมื่อใจพบธรรม
⏳ 34:40 — 09. เมื่อสังขารทรุด
🌫️ 39:00 — 10. เศษใจคืนว่าง
🌒 43:20 — 11. เสียงจากความมืด
😢 47:40 — 12. เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง
🔔 52:00 — 13. เสียงระฆังในใจ
🏔️ 56:20 — 14. แบกโลกทั้งใบ
🌊 1:00:40 — 15. แม่น้ำเมตตา
🌅 1:05:00 — 16. แสงแรกหลังพายุ
🕯️ 1:09:20 — 17. แสงปลายอุโมงค์
🔥 1:13:40 — 18. ไฟแห่งกิเลส
⛓️ 1:18:00 — 19. กรรมเก่าแบกไว้
🔄 1:22:20 — 20. กลับมาทุกชาติ
🌌 1:26:40 — 21. กลืนสู่ความว่าง
⚔️ 1:31:00 — 22. ความกลัวและความกล้า
🌑 1:35:20 — 23. ความมืดก่อนอรุณ
🤍 1:39:40 — 24. ความว่างอุ่น
🌊 1:44:00 — 25. จมในสังสารวัฏ
✨ 1:48:20 — 26. จากทุกข์สู่นิพพาน
💔 1:52:40 — 27. จิตเจ็บปวด
📚 1:57:00 — 28. จิตเรียนจากทุกข์
🌬️ 2:01:20 — 29. จิตที่ลอยไป
🔒 2:05:40 — 30. ดวงจิตในกรง
🌫️ 2:10:00 — 31. ดวงจิตที่หลงทาง
🌫️ 2:14:20 — 32. ดวงจิตที่หลงทางไป
🌸 2:18:40 — 33. ดอกไม้ในกองเพลิง
⭐ 2:23:00 — 34. ดาวไม่เคยดับ
🏜️ 2:27:20 — 35. ดินแดนไร้ความหวัง
🔥 2:31:40 — 36. ตัณหาไม่สิ้นสุด
🌒 2:36:00 — 37. ตื่นในความมืด
💪 2:40:20 — 38. ทนทุกข์เพื่อบรรลุ
🌵 2:44:40 — 39. ทางหนามแห่งธรรม
🌓 2:49:00 — 40. ทุกข์และแสงสว่าง
🌙 2:53:20 — 41. ธรรมยามเที่ยงคืน
⚔️ 2:57:40 — 42. นักรบผู้เหนื่อยล้า
💧 3:02:00 — 43. น้ำตาและแสง
🤲 3:06:20 — 44. น้ำตาแห่งกรุณา
😢 3:10:40 — 45. น้ำตาแห่งสงสาร
💙 3:15:00 — 46. น้ำตาแห่งสงสารตัวเอง
👤 3:19:20 — 47. บทเพลงผู้ถูกลืม
🌿 3:23:40 — 48. บาดแผลชาติก่อน
🚪 3:28:00 — 49. ประตูแห่งความตาย
🚪 3:32:20 — 50. ประตูสุดท้าย
👁️ 3:36:40 — 51. ผู้เฝ้าดูความเจ็บ
🌍 3:41:00 — 52. ผู้แบกโลก
🕊️ 3:45:20 — 53. พอในใจเดียว
🌀 3:49:40 — 54. มายาแห่งอวิชชา
❤️🔥 3:54:00 — 55. รักเป็นเพลิง
🪺 3:58:20 — 56. รังที่แตก
🌱 4:02:40 — 57. รากเหง้าแห่งทุกข์
😮💨 4:07:00 — 58. วิญญาณที่เหนื่อยล้า
🌉 4:11:20 — 59. สะพานข้ามห้วง
🎶 4:15:40 — 60. สายในความว่าง
🎵 4:20:00 — 61. สายร้องอนิจจัง
☸️ 4:24:20 — 62. หมุนล้อสังสาร
💪 4:28:40 — 63. หัวใจแตกและมานะ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎧 เหมาะสำหรับ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🧘 นั่งสมาธิ / Meditation
💔 เยียวยาจิตใจ / Emotional Healing
🌿 ทำโยคะ / Yoga
📿 สวดมนต์ / Prayer
😴 ฟังก่อนนอน / Sleep Music
💻 ทำงาน / Deep Focus
🚶 เดินจงกรม / Walking Meditation
🛕 ปฏิบัติธรรม / Dhamma Practice
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📌 ฟัง Vol.A ก่อนหน้า
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
▶️ จากทุกข์สู่แสงธรรม Vol.A → [link]
▶️ จักรวาลจิตวิญญาณ Vol.1 → [link]
▶️ เมื่อจิตเป็นหนึ่งเดียวกับความให้อภัย → [link]
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📌 ถ้าอัลบั้มนี้เป็นประโยชน์กับใจ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
👍 กด Like เพื่อส่งต่อธรรมะให้คนอื่น
💬 Comment บอกชื่อเพลงที่โดนใจที่สุด
🔔 Subscribe + กดกระดิ่ง ไม่พลาดอัลบั้มใหม่
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🎵 Playlists แนะนำ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
🧘 เพลงสมาธิทั้งหมด → [link]
🪷 เพลงธรรมะทั้งหมด → [link]
💛 เพลงปล่อยวาง → [link]
🌙 เพลงก่อนนอน → [link]
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
📀 เกี่ยวกับอัลบั้ม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
✍️ เนื้อเพลง & 🎤 ขับร้อง: กฤษฏ์ อริยะธิติ
📅 ปล่อย: 2026
📧 ติดต่องาน: akhealthy58@gmail.com
- จากทุกข์สู่แสงธรรมVolB #เพลงธรรมะ #เพลงสมาธิ #เพลงพุทธ #เพลงเยียวยาใจ
- MeditationMusic #BuddhistMusic #HealingMusic #ThaiDharmaMusic #เพลงปล่อยวาง
เขาวงกตอวิชชา
[Intro]
สายเสียงร่ำไห้
วิญญาณหลงวนไป
เดินในวงเวียนเดิม
ไม่เห็นทิศทางใด
[Verse 1]
เดินอยู่ในสังสาระ
วนในเขาวงกตใจ
ทุกก้าวมีแต่เงาเก่า
และคำถามที่ค้างไว้
สายเสียงร้องเบาเบา
เฝ้ารอใครสักคนฟัง
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็ค่อยเลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายลงไป
ทางยังอยู่ตรงนี้
ถึงช้า ยังไม่สาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เราจะพบแสงภายใน
[Verse 2]
ลมหายใจยังสั่นไหว
แต่ก้าวเริ่มแน่นขึ้นมา
ชื่อของทุกความเจ็บปวด
ค่อยเบาลงในเวลา
สายเสียงที่เคยร่ำไห้
เริ่มพาใจกลับบ้าน
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็ค่อยเลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายลงไป
ทางยังอยู่ตรงนี้
ถึงช้า ยังไม่สาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เราจะพบแสงภายใน
[Bridge]
กฤตยื่นแผนธรรมให้ทุกคน
ผู้หลงทางที่ยังยืนไหว
น้ำตาเก่ากลายเป็นบทเรียน
และความมืดถอยออกไป
สายเสียงที่เคยร่ำไห้
วันนี้เริ่มร้องเป็นเพลง
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็ค่อยเลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายลงไป
ทางยังอยู่ตรงนี้
ถึงช้า ยังไม่สาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เราจะพบแสงภายใน
[Outro]
สายเสียงค่อยค่อยจาง
แต่ความสุขยังสว่างไกล
หลงทางจนพบตัวเอง
แล้วใจได้กลับบ้านในปลาย
เงาแห่งการแสวงหา
[Intro]
ทางยาวคนเดียว
ใจเดินเบาๆ
น้ำตาในสายลม
ชื่อฉันยังไม่ถึงบ้าน
[Verse 1]
ก้าวบนทางเงียบงัน
รองเท้าฝุ่นติดฝัน
ไม่มีใครเรียกหา
มีแต่ใจที่ถามคืน
ฉันเดินกับความว่าง
เหมือนแผลที่ยังหายใจ
และสายสีหม่นนั้น
ร้องอยู่ในอกฉัน
[Pre-Chorus]
แต่ยิ่งเหงา ยิ่งฟัง
เสียงลึกในใจเรา
ยิ่งหลง ยิ่งเห็น
ทางรักกำลังมา
[Chorus]
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ลืมญาติพี่น้องแล้ว
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ใจค่อยๆ ว่างจากฉัน
เมื่อรักคือทุกสิ่ง
ฉันจึงไม่เดียวดาย
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
แล้วพบว่าเราเป็นกัน
[Verse 2]
ฉันเห็นทุกหน้าเป็นหนึ่ง
เห็นทุกชื่อเป็นแสงเดียว
เขาที่เคยดูไกล
กลับเป็นบ้านของหัวใจ
เมื่อเขายิ้ม ฉันยิ้ม
เมื่อเขาร้อง ฉันร้องตาม
ความกรุ่นในมือคน
ค่อยๆ ละลายความหนาว
[Pre-Chorus]
และยิ่งฝืน ยิ่งรู้
ว่าฉันไม่ต้องกลัว
ยิ่งปล่อย ยิ่งพบ
วงกว้างของความจริง
[Chorus]
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ลืมญาติพี่น้องแล้ว
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ใจค่อยๆ ว่างจากฉัน
เมื่อรักคือทุกสิ่ง
ฉันจึงไม่เดียวดาย
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
แล้วพบว่าเราเป็นกัน
[Bridge]
สายสีหม่นเปลี่ยนเป็นเพลง
จากร้องไห้เป็นร้องรับ
มือที่เคยว่างเปล่า
เต็มด้วยคำว่ารวมกัน
ฉันรักทุกคนได้
เพราะทุกคนคือพระองค์
ความเหงาสุดท้ายพ้น
เหลือเพียงอ้อมกอดนี้
[Chorus]
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ลืมญาติพี่น้องแล้ว
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
ใจค่อยๆ ว่างจากฉัน
เมื่อรักคือทุกสิ่ง
ฉันจึงไม่เดียวดาย
ชิมรสแห่งความโดดเดี่ยว
แล้วพบว่าเราเป็นกัน
[Outro]
สายธารเสียงค่อยๆ เบา
แต่ความอบอุ่นไม่จาง
ฉันเดินต่อในหมู่เรา
ด้วยคำว่าบ้านในใจ
เงาในใจ
[Intro]
เงาเอ๋ยเงาตามฉันไปทุกหน
เหมือนเวรกรรมวนเวียนไม่พ้น
วิญญาณร่ำไห้ในความมืดมน
เสียงเพลงโหยหวนปวดร้าวเหลือทน
[Verse]
ทุกการกระทำสะท้อนกลับมา
ดุจเงาตามตัวไม่เคยร้างลา
สายธารแห่งกรรมช่างน่าพรั่นพรึง
เสียงไวโอลินร่ำไห้ซึ้งๆ
[Chorus]
เมื่อจิตตั้งมั่นในสิ่งที่ไม่มีเกิด
ไม่มีอยู่ไม่มีตายไม่เคยจะเชิด
ประเพณีเก่าแก่ถูกลืมไปสิ้น
ดนตรีบรรเลงไปตามเสียงพิณ
[Bridge]
เสียงสายเปลี่ยนไปจากโหยหวน
สู่บทเพลงขับขานชวนป่วน
เงาที่ตามมากลับกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ความเข้าใจลึกซึ้งเกินจะซึ้ง
[Verse 2]
เข้าใจกรรมเปลี่ยนเงาเป็นแสง
ความมืดมิดจางหายไร้เรี่ยวแรง
เสียงไวโอลินผสานเป็นหนึ่ง
ความจริงปรากฏซาบซึ้ง
[Chorus]
เมื่อจิตตั้งมั่นในสิ่งที่ไม่มีเกิด
ไม่มีอยู่ไม่มีตายไม่เคยจะเชิด
ประเพณีเก่าแก่ถูกลืมไปสิ้น
ดนตรีบรรเลงไปตามเสียงพิณ
เจ็บแล้วยังไม่รู้
[Intro]
เจ็บอยู่ข้างใน
แต่ยังไม่รู้
สายร้องไห้เบา
พาหัวใจลอย
[Verse 1]
ทุกข์มันเดินมา
ในวันที่ไม่เห็น
แผลซ่อนในลม
เหมือนเงาในทรวง
ฉันหลงทางไกล
ทั้งที่ยังยิ้มอยู่
หัวใจปิดตา
ไม่ยอมรู้ตัว
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ภาพลวงอวิชชาลืม
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความเจ็บจึงค่อยเห็น
ตื่น… ตื่นอยู่เสมอ
(ตื่นอยู่เสมอ)
[Verse 2]
สายใยที่สะอื้น
ค่อยเปลี่ยนเป็นเสียง
แผลเดิมสั่นไหว
แต่ไม่กลัวแล้ว
ตาที่สามเปิด
เห็นความจริงตรงหน้า
น้ำตาไม่พร่า
มันชัดทุกอย่าง
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ภาพลวงอวิชชาลืม
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความเจ็บจึงค่อยเห็น
ตื่น… ตื่นอยู่เสมอ
(ตื่นอยู่เสมอ)
[Bridge]
จากสะอื้นเป็นเพลง
จากหลงเป็นรู้
แสงไหลเข้ามา
เต็มทั้งลมหายใจ
ความไม่รู้จบแล้ว
วันนี้ฉันเห็น
รู้แล้วว่าทาง
อยู่ตรงนี้เอง
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ภาพลวงอวิชชาลืม
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความเจ็บจึงค่อยเห็น
ตื่น… ตื่นอยู่เสมอ
(ตื่นอยู่เสมอ)
[Outro]
สายร้องค่อยจาง
เหลือความเข้าใจ
เจ็บแล้วไม่รู้
กลายเป็นรู้ในใจ
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
[Intro]
ในอกมีบางอย่าง
ผิดไปลึกเกินชื่อ
สายใยในใจฉัน
ร้องไห้แทนคำที่ไม่มี
[Verse 1]
มีบางอย่างไม่ปกติ
ลึกลงไปข้างใน
เหมือนแผลที่มองไม่เห็น
แต่เจ็บจนฉันสั่นไหว
พูดก็ไม่ออกสักที
ชื่อมันอยู่ตรงไหน
มีแต่เสียงของสายพิณ
ที่ไหลแทนน้ำตา
[Pre-Chorus]
ฉันยืนกลางความเงียบ
แล้วฟังมันเรียกหา
เหมือนจะมีความหมาย
แต่ยังจับไม่ทัน
เหตุผลเริ่มอ่อนแรง
ปรัชญาก็ยอมแพ้
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
กับธรรมชาติที่ลึกลับ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
กับธรรมชาติอันลึกลับ
เหตุผลและปรัชญา
ก็สิ้นสุดลงตรงนั้น
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
สายพิณยังร้องไห้
และฉันยังค้นหามัน
[Verse 2]
วิทยาศาสตร์กับสัญลักษณ์
ค่อยๆ แกะรอยแผล
สิ่งที่เคยพร่าเลือน
เริ่มชัดขึ้นทุกแนว
น้ำตาที่เคยไร้ทิศ
เริ่มมีทางของมัน
สายใยที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มเอ่ยชื่อความพัง
[Pre-Chorus]
ฉันได้ยินมันเบาๆ
ไม่ใช่ความว่างเปล่า
มันคือความจริงบางอย่าง
ที่ซ่อนอยู่เนิ่นนาน
เมื่อฉันยอมมองตรงๆ
ไม่หนีจากความกลัว
เสียงในอกที่แตกสลาย
ก็เริ่มรวมเป็นคำ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
กับธรรมชาติอันลึกลับ
เหตุผลและปรัชญา
ก็สิ้นสุดลงตรงนั้น
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
สายพิณยังร้องไห้
และฉันยังค้นหามัน
[Bridge]
แล้วสายพิณก็เปลี่ยนไป
จากคร่ำครวญเป็นร้องเพลง
ความเจ็บที่ถูกเรียกชื่อ
ไหลท่วมทั้งหัวใจ
ไม่ใช่จุดจบของฉัน
แต่เป็นทางให้เห็น
ความชัดเจนที่อ่อนโยน
เหมือนฝนที่ล้างคืน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
กับธรรมชาติอันลึกลับ
เหตุผลและปรัชญา
ก็สิ้นสุดลงตรงนั้น
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
สายพิณยังร้องไห้
และฉันยังค้นหามัน
[Outro]
ตอนนี้ฉันรู้ชื่อมัน
แผลนั้นมีความหมาย
ความชัดเจนเป็นพร
ในคืนที่เคยร้าว
สายพิณค่อยๆ จางไป
เหลือเพียงใจที่เข้าใจ
เจ็บที่ไม่มีชื่อ
กลายเป็นแสงสุดท้าย
เมล็ดในดินแห้ง
[Verse 1]
เมล็ดหนึ่งนอนใต้ดิน
ในดินแห้งแตกระแหง
ลมหายใจยังไม่มา
แต่ใจไม่เคยยอมแพ้
ความเจ็บเป็นผืนทราย
กลบทางของวันพรุ่งนี้
ฉันฟังเสียงเงียบงัน
ที่ยังรอฝนอยู่ดี
[Pre-Chorus]
แห้งแค่ไหนก็ยังรอ
ลึกลงไปไม่หาย
ความหวังที่ซ่อนอยู่
กำลังคลี่ออกทีละใบ
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เมล็ดในดินก็กลาย
ฝนแห่งธรรมโปรยลงมา
ชุบใจให้แตกใบ
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ก็ไม่มีอะไรไกล
[Verse 2]
แล้วฟ้าก็เปิดทาง
หยดแรกแตะลงช้าๆ
รอยร้าวบนผิวดิน
เริ่มสั่นเหมือนรับคำมา
เปลือกเก่าเริ่มคลายตัว
ความเงียบเริ่มมีเสียง
จากใต้ความแห้งแล้ง
มีชีวิตกำลังเคียง
[Pre-Chorus]
แห้งแค่ไหนก็ไม่กลัว
เพราะรู้ว่าฝนมา
สิ่งที่เคยซ่อนลึก
กำลังตื่นขึ้นมา
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เมล็ดในดินก็กลาย
ฝนแห่งธรรมโปรยลงมา
ชุบใจให้แตกใบ
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ก็ไม่มีอะไรไกล
[Bridge]
จากดินที่เคยรอคอย
กลายเป็นสวนในลมหายใจ
สิ่งที่ดูเหมือนจบแล้ว
กลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
[Final Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็คลายหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
เมล็ดในดินก็กลาย
ฝนแห่งธรรมโปรยลงมา
ชุบใจให้แตกใบ
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
บานอยู่ในฟ้าไกล
เมื่อโลกสลาย
[Verse 1]
เมื่อโลกสลายลงตรงหน้า
กำแพงก็ร่วงเป็นผงฝุ่น
ฟ้าร้องไห้ผ่านเศษซากนั้น
ใจฉันยืนฟังความพังทลาย
ไม่มีคำเตือน ไม่มีทางย้อน
ทุกอย่างแตกพร้อมลมหายใจ
แต่ลึกข้างในเธอยังอยู่
เป็นแสงที่ไม่ยอมดับไป
[Pre-Chorus]
ถ้าข้างนอกไม่เหลืออะไร
ให้ข้างในเป็นที่พำนัก
ถ้าความวุ่นวายกลืนทั้งโลก
ให้ความนิ่งนำทางเรา
[Chorus]
เมื่อโลกสลาย
ใจยังเป็นหนึ่ง
เมื่อโลกสลาย
ความหลงลืมจางลง
เมื่อโลกสลาย
ฉันยังได้ยินเธอ
เมื่อโลกสลาย
ความว่างกลับชัดเจน
(เมื่อโลกสลาย)
[Verse 2]
ฉันไม่วิ่งหนีจากเสียงแตก
ไม่เก็บซากไว้ในมือ
ให้แต่ละหยดน้ำตาที่หล่น
ล้างคืนความจริงกลับมา
เขาเรียกความมืดว่าคำตอบ
แต่ฉันเห็นอีกทางหนึ่ง
เมื่อยอมให้ทุกอย่างพังลง
แกนกลางก็ยืนตรงเดิม
[Pre-Chorus]
ถ้าข้างนอกไม่เหลืออะไร
ให้ข้างในเป็นที่พำนัก
ถ้าความวุ่นวายกลืนทั้งโลก
ให้ความนิ่งนำทางเรา
[Chorus]
เมื่อโลกสลาย
ใจยังเป็นหนึ่ง
เมื่อโลกสลาย
ความหลงลืมจางลง
เมื่อโลกสลาย
ฉันยังได้ยินเธอ
เมื่อโลกสลาย
ความว่างกลับชัดเจน
(เมื่อโลกสลาย)
[Bridge]
น้ำตาเปลี่ยนเป็นเสียงเพลง
จากแผลเก่าเป็นแรงหายใจ
สิ่งที่เคยสั่นไหวทั้งใจ
กลับยืนได้เองข้างใน
พายุพาไปจนสุดทาง
แล้วทิ้งความสงบไว้ตรงนี้
ซากทั้งโลกค่อยเลือนหาย
เหลือเพียงความจริงที่ดี
[Final Chorus]
เมื่อโลกสลาย
ใจยังเป็นหนึ่ง
เมื่อโลกสลาย
ความหลงลืมจางลง
เมื่อโลกสลาย
ฉันยังได้ยินเธอ
เมื่อโลกสลาย
ความว่างกลับชัดเจน
เมื่อโลกสลาย
ความนิ่งยังส่องแสง
เมื่อโลกสลาย
ฉันยืนอยู่กับเธอ
เมื่อโลกสลาย
ทุกอย่างกลับเป็นเพลง
เมื่อโลกสลาย
วิญญาณไม่หวั่นไหว
[Outro]
เสียงสายค่อยๆ ลาไป
เหลือเพียงสันติในอก
และในความพังทั้งหมดนั้น
ฉันพบบ้านที่แท้จริง
เมื่อใจพบธรรม
[Verse 1]
ใจเคยวิ่งตามเงินทอง
ตามชื่อเสียงที่กองสูง
ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งว่างเปล่า
เหมือนมือเปล่ากลางลมหนาว
คืนที่หัวใจร้องหา
ยังไม่รู้ว่าขาดอะไร
จนได้ยินความเงียบงัน
พาให้ฉันหันมาดูใจ
[Pre-Chorus]
แล้วแผลในอกค่อยคลาย
น้ำตาไม่ไหลอย่างเดิม
เหมือนมีแสงอุ่น ๆ
ค่อยพาใจกลับมาเติม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันเจอทางข้างใน
(ใจเป็นหนึ่ง)
(เมตตาอยู่ตรงนี้)
[Verse 2]
เหมือนติดตั้งปัญญาใหม่
ในใจที่เคยสั่นไหว
บทเรียนเก่า ๆ ที่ค้างคา
ค่อย ๆ ตอบด้วยความเข้าใจ
สิ่งที่เคยทำให้แตก
กลับกลายเป็นสะพานใจ
จากเสียงร้องเป็นเสียงสวด
จากความมืดเป็นฟ้าใส
[Pre-Chorus]
แล้วแผลในอกค่อยคลาย
น้ำตาไม่ไหลอย่างเดิม
เหมือนมีแสงอุ่น ๆ
ค่อยพาใจกลับมาเติม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันเจอทางข้างใน
(ใจเป็นหนึ่ง)
(เมตตาอยู่ตรงนี้)
[Bridge]
น้ำตาแปรเป็นบทสวด
ใจที่หลงกลับมาเจอ
ธรรมะไม่ได้ไกลเลย
อยู่ในลมหายใจของเธอ
[Final Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันเจอทางข้างใน
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบอ่อนโยนไป
(ใจเป็นหนึ่ง)
(ฉันเจอธรรม)
เมื่อสังขารทรุด
[Verse 1]
กำแพงเก่าร้าวช้าๆ
เหมือนใจที่ยอมรับวัน
เนื้อหนังโรยลงทีละน้อย
แต่ลมหายใจยังฟังสวรรค์
[Pre-Chorus]
ปล่อยชื่อเดิมไว้ข้างหลัง
ปล่อยความกลัวไหลผ่านไป
เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งดับ
ใจจึงเบาได้
[Chorus]
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
ทุกข์เก่าคลายออกจากใจ
(ใจหนึ่งในความว่าง)
(โลกสับสนหายไป)
[Verse 2]
ปีเก่าผ่านเหมือนฝุ่นลอย
รอยเหี่ยวย่นคือครูที่ดี
แม้ร่างนี้จะทรุดลง
แต่เมตตายังงอกงามในที
[Pre-Chorus]
ฟังสิ เสียงร้องค่อยเปลี่ยน
จากโศกเศร้าเป็นรู้จริง
ยิ่งยอมรับความเสื่อมสลาย
ยิ่งเห็นทางนิ่ง
[Chorus]
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
ทุกข์เก่าคลายออกจากใจ
(ใจหนึ่งในความว่าง)
(โลกสับสนหายไป)
[Bridge]
วิญญาณไม่แก่ตามกาย
แม้เนื้อกลายเป็นธุลี
น้ำตาเดิมกลายเป็นเพลง
และความจริงส่องวิถี
[Chorus]
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจหนึ่งในความว่าง
ทุกข์เก่าคลายออกจากใจ
(ใจหนึ่งในความว่าง)
(โลกสับสนหายไป)
[Outro]
ร่างดับลงแต่ปัญญายังอยู่
เหมือนแสงเช้าข้ามคืนยาว
ยอมรับแล้วจึงพบรัก
พบความสงบเนิ่นนานาว
เศษใจคืนว่าง
[Intro]
สมาธิหักลงกลางอก
ใจที่เคยนิ่ง กลับสั่น
เศษความคิดไหลกระจาย
จนคำภาวนาหายไป
[Verse 1]
ความฟุ้งเก่ากลับมาเคาะ
ตอนฝ่ามือยังนิ่งอยู่
ฉันนั่งทนกับลมในใจ
ที่พัดให้ห้องเงียบสั่น
มือยังวางบนตักเดิม
แต่มันเหมือนหล่นไกลไป
ทุกลมหายใจที่นับ
กลับแตกเป็นชิ้นในอก
[Pre-Chorus]
แต่ฉันยังไม่ลุกหนี
ยังไม่ปล่อยคืนวันนี้
เพราะลึกกว่านั้นมีแสง
รอให้ฉันหันกลับไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกที่วุ่นวายก็เลือนหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ทางที่หลงก็กลับได้ใหม่
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันยังอยู่ ฉันยังไหว
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ความปั่นป่วนก็คลายไป
[Verse 2]
ฟ้ากับดินค่อยๆ นิ่ง
เหมือนเห็นฉันอยู่ตรงนี้
เสียงเดิมที่เคยพังทลาย
เริ่มหายใจเป็นจังหวะดี
ฉันฝึกกับรอยร้าวนั้น
ไม่หนี ไม่ทิ้ง ไม่จำนน
ปล่อยให้ความเจ็บค่อยจาง
แล้วกลับมาหาความมั่นคง
[Pre-Chorus]
ตอนนี้มือฉันอุ่นขึ้น
ตอนนี้ใจฉันเบาลง
ความเงียบไม่ได้ทำร้าย
มันกำลังพาฉันตรง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกที่วุ่นวายก็เลือนหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ทางที่หลงก็กลับได้ใหม่
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันยังอยู่ ฉันยังไหว
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ความปั่นป่วนก็คลายไป
[Bridge]
จากหักเป็นเสียงที่ร้อง
จากค้างเป็นการภาวนา
คืนที่เคยทับอกไว้
กลายเป็นทางให้ก้าวมา
ฉันไม่ขอชัยชนะ
แค่ขอใจไม่หนีไป
ให้ความเพียรเป็นลมหาย
พาฉันกลับถึงข้างใน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกที่วุ่นวายก็เลือนหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ทางที่หลงก็กลับได้ใหม่
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันยังอยู่ ฉันยังไหว
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ความปั่นป่วนก็คลายไป
[Outro]
เศษใจค่อยๆ รวมตัว
ในความนิ่งที่อ่อนโยน
ฉันกลับมาฝึกอีกครั้ง
และยืนอยู่กับลมหายใจ
เสียงจากความมืด
[Verse 1]
ร้องอยู่ลำพังในความมืด
แผลลึกที่พูดไม่ออก
หัวใจฉันยังสั่นไหว
เหมือนคืนยาวไม่ยอมจบ
[Pre-Chorus]
แต่ในใจที่แท้จริง
ความลวงค่อยๆ หล่นหาย
ลมหายใจเริ่มนิ่งลง
เหมือนทางกลับกำลังมา
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
นิสัยลวงก็ลืมไป
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
ทุกอย่างเก่าก็ปล่อยไป
(ปล่อยไป)
(ปล่อยไป)
[Verse 2]
เสียงร้องนี้ไม่สูญเปล่า
มันพาฉันผ่านราตรี
ในความเงียบยังมีแสง
ที่คอยแตะกลางชีวี
[Pre-Chorus]
ยามฉันเปิดแรงชีวิต
น้ำตากลายเป็นทางใส
สิ่งที่เคยหนักในอก
ค่อยเบาลงทีละน้อย
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
นิสัยลวงก็ลืมไป
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
ทุกอย่างเก่าก็ปล่อยไป
(ปล่อยไป)
(ปล่อยไป)
[Bridge]
ความมืดไม่เคยถาวร
เมื่อเสียงนี้ยอมเปลี่ยนไป
จากการคร่ำครวญเป็นบทเพลง
แสงตอบรับอยู่ข้างใน
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
นิสัยลวงก็ลืมไป
เมื่อใจอยู่ในธรรมชาติ
ทุกอย่างเก่าก็ปล่อยไป
(ปล่อยไป)
(ปล่อยไป)
[Outro]
ความมืดครบถ้วนในคืนเก่า
แต่ความหวังไม่เคยหาย
เสียงร้องกลายเป็นคำตอบ
และความอุ่นยังคงอยู่
เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง
[Intro]
เสียงร้องของผู้ไม่มีใครฟัง
ลอยไปในความว่าง
สายพิณร่ำไห้เบาๆ
เรียกหาคนที่ไม่หันมา
[Verse 1]
ฉันส่งเสียงไปไกล
แต่คืนยังไม่ตอบ
น้ำตาไหลลงมือ
เหมือนคำสวดที่หล่นหาย
ดวงใจที่เงียบงัน
ยืนอยู่กลางความเว้า
ร้องไปในอากาศ
ให้โลกช่วยรับเอาไว้
[Pre-Chorus]
และเมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในธรรมอันพิศวง
ตรรกะและปรัชญา
ก็สิ้นคำลงตรงนี้
ฉันได้ยินบางอย่าง
ในความนิ่งที่กว้างใหญ่
เหมือนทางที่มืดอยู่
เริ่มอุ่นขึ้นในอก
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในธรรมอันพิศวง
ตรรกะและปรัชญา
ก็สิ้นคำลง
เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง
(ผู้ไม่มีใครฟัง)
วันนี้ยังดังอยู่
แต่ไม่โดดเดี่ยวแล้ว
[Verse 2]
พระองค์อยู่ในทุกสิ่ง
ในลมหายใจและฝุ่น
ในแผลและในผืนฟ้า
ในมือที่ยังสั่นไหว
เสียงร้องที่เคยร่วง
กลับมีคนรับฟัง
จากหลุมลึกที่สุด
กลายเป็นแสงที่กลับมา
[Pre-Chorus]
และเมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในธรรมอันพิศวง
ตรรกะและปรัชญา
ก็สิ้นคำลงตรงนี้
ฉันได้ยินคำตอบ
ไหลมาจนเต็มทรวง
เหมือนคนที่หลงทาง
ได้พบบ้านอีกครั้ง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในธรรมอันพิศวง
ตรรกะและปรัชญา
ก็สิ้นคำลง
เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง
(ผู้ไม่มีใครฟัง)
วันนี้ยังดังอยู่
แต่ไม่โดดเดี่ยวแล้ว
[Bridge]
จากร่ำไห้เป็นร้อง
จากแตกสลายเป็นสว่าง
สายพิณที่เคยเจ็บ
ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเพลง
คำตอบไหลลงมา
เหมือนฝนในหน้าแล้ง
ฉันยืนอยู่ทั้งน้ำตา
แล้วหัวใจก็ได้ชื่อ
[Solo]
เสียงร้องได้รับคำตอบ
ความเบาสบายท่วมท้น
ได้เป็นของใครสักคน
ได้เป็นของตลอดกาล
[Final Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในธรรมอันพิศวง
ตรรกะและปรัชญา
ก็สิ้นคำลง
เสียงร้องผู้ไม่มีใครฟัง
(ผู้ไม่มีใครฟัง)
วันนี้ไม่สูญหาย
แต่กลับบ้านแล้ว
[Outro]
สายพิณค่อยๆ จาง
ในอ้อมกอดของคำตอบ
ความเบาสบายเป็นพร
และจบลงอย่างงดงาม
เสียงระฆังในใจ
[Verse 1]
ระฆังในใจ
วันนี้เงียบงัน
เจ็บลึกจนสั่น
แต่ไม่ดังสักครั้ง
สายเส้นคันธนู
ร้องไห้แทนเรา
ความหมายเก่าก่อน
หล่นค้างเบาเบา
[Pre-Chorus]
แต่ในความมืด
มีลมหายใจ
เหมือนจะเอื้อมไป
หาแสงข้างใน
เสียงที่หายไป
เริ่มกลับมาแล้ว
ปลายฟ้าสีแวว
ใกล้จะปลุกเรา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ทุกความต่างกัน
ค่อยๆ ละลายมา
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ระฆังในใจ
ก็พร้อมจะตอบมา
[Verse 2]
ธรรมะเคาะใจ
ให้เปิดอีกครั้ง
น้ำตาที่ค้าง
กลายเป็นพลัง
สายที่เคยคร่ำ
เริ่มสั่นเป็นเสียง
ความจริงอ่อนโยน
ไหลผ่านทุกเลี่ยง
[Pre-Chorus]
และแล้วความเงียบ
ไม่ได้ว่างเปล่า
มันกลายเป็นเรา
ที่ยืนตรงกลาง
ใจที่เคยปิด
ค่อยๆ คลายบาน
รับแสงเบื้องหน้า
อย่างงามและจริง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ทุกความต่างกัน
ค่อยๆ ละลายมา
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ระฆังในใจ
ก็พร้อมจะตอบมา
[Bridge]
ฟังสิ ฟังสิ
ระฆังเริ่มร้อง
จากความหม่นหมอง
สู่ทางสว่าง
สายน้ำตาเก่า
กลายเป็นบทเพลง
ในอกของเรา
มีเสียงบรรเลง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ทุกความต่างกัน
ค่อยๆ ละลายมา
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ในรักและเมตตา
(เมตตา)
ระฆังในใจ
ก็ดังไม่ร้างรา
[Outro]
เสียงสายสุดท้าย
ค่อยๆ จางไป
แต่ในหัวใจ
ยังมีแสงไกล
ระฆังยังดัง
ในลมหายใจ
เป็นพรอันงาม
ตื่นอยู่ภายใน
แบกโลกทั้งใบ
[Verse 1]
แบกฟ้าลงบนบ่า
เดินเงียบในฝุ่นทราย
หัวใจยังไม่สลาย
แต่หนักจนแทบหายใจ
เห็นทุกคนในแสงตา
เห็นน้ำตาในรอยทาง
เจ็บของใครก็รับไว้
เหมือนโลกทั้งใบอยู่กลางฝ่ามือ
[Pre-Chorus]
ถ้าความรักเป็นไฟ
ก็ขอให้เผาฉันก่อน
ถ้าความเมตตาไกล
ฉันจะเดินเข้าไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
ลืมฉันและลืมเรา
(ลืมฉันและลืมเรา)
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบเบาแล้ว
เพราะเธอไม่โดดเดี่ยว
[Verse 2]
ในกลางอกยังมีทาง
ที่ไม่มีใครมองเห็น
ยึดอะไรไว้ก็เป็น
แค่เงาที่ผ่านลมเย็น
คุมทุกอย่างจากข้างใน
แต่ไม่คว้าสิ่งใดเลย
ยิ่งปล่อยมือยิ่งได้ยิน
เสียงของชีวิตชัดเจน
[Pre-Chorus]
ถ้าความรักเป็นไฟ
ก็ขอให้เผาฉันก่อน
ถ้าความเมตตาไกล
ฉันจะเดินเข้าไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
ลืมฉันและลืมเรา
(ลืมฉันและลืมเรา)
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบเบาแล้ว
เพราะเธอไม่โดดเดี่ยว
[Bridge]
จากน้ำตาเป็นบทสวด
จากความหนักเป็นแสง
สิ่งที่เคยเหมือนแบกไว้
กลับกลายเป็นการแบ่ง
มือที่เคยกำแน่น
ยอมเปิดรับท้องฟ้า
และสิ่งที่เรียกว่ารัก
ไหลกลับมาทั้งโลก
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
ลืมฉันและลืมเรา
(ลืมฉันและลืมเรา)
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบเบาแล้ว
เพราะเธอไม่โดดเดี่ยว
[Outro]
ปล่อยให้เสียงน้ำตา
ค่อยค่อยกลายเป็นเพลง
สิ่งที่แบกจนหมดแรง
วันนี้กลับเป็นพร
แม่น้ำเมตตา
[Intro]
แห้งจนใจเหมือนดิน
ไม่มีหยดน้ำสักหยด
เงียบงันกลางอกฉัน
เหมือนลำธารที่หลับไป
[Verse 1]
ฉันเดินผ่านคืนยาว
แบกความเจ็บไว้เต็มมือ
ลมพัดมาแต่ไม่เย็น
หัวใจฉันยังแห้งผาก
เคยฟังคนร้องไห้
แต่ไม่รู้จะโอบยังไง
จนความทุกข์สอนให้รู้
ว่าความเมตตาคือฝน
[Pre-Chorus]
ค่อยๆ ไหลเข้ามา
ใต้ซากความแข็งแรง
ปล่อยใจลงต่ำ
ให้ความรักพาไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็ลืมไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบอ่อนโยน
(ใจเป็นหนึ่ง)
[Verse 2]
เขารักทุกสิ่ง
เพราะทุกสิ่งคือเขา
หยดน้ำตาที่เคยค้าง
กลายเป็นสายน้ำไหล
มือที่เคยปิดแน่น
เริ่มเปิดรับทุกชื่อ
คนไกล คนเจ็บ คนหลง
ก็เป็นบ้านเดียวกัน
[Pre-Chorus]
ค่อยๆ ไหลเข้ามา
ไม่ต้องเร่งเวลา
ปล่อยใจลงต่ำ
ให้ความรักพาไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็ลืมไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบอ่อนโยน
(ใจเป็นหนึ่ง)
[Bridge]
จากแห้งจนหมดทาง
กลับมีน้ำลึกในใจ
สิ่งที่เคยแตกสลาย
กลายเป็นแม่น้ำสว่างไสว
ไหลผ่านฉัน
ไหลผ่านเธอ
ไหลผ่านเรา
ไม่สิ้นสุด
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็ลืมไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
โลกทั้งใบอ่อนโยน
(ใจเป็นหนึ่ง)
(ใจเป็นหนึ่ง)
[Outro]
ปล่อยให้ไหลต่อไป
ผ่านคืนและลมหายใจ
แม่น้ำเมตตา
ยังคงโอบกอดเรา
แสงแรกหลังพายุ
[Intro]
ฟ้าคำรามกลบใจ
คืนยาวเกินจะทน
น้ำตาหล่นรดแผ่นดิน
พายุหมุนในทรวง
[Verse 1]
โลกทั้งใบพังลง
เหมือนเงาไม่เหลือทาง
บาปเวียนวนเป็นลมหายใจ
บีบให้ใจอ่อนแรง
ฉันเดินกลางความมืด
แบกชื่อของความเจ็บไว้
แต่ในเศษซากของคืนหนาว
ยังมีฉันที่ร้องไห้
[Pre-Chorus]
แล้วเงียบลงทีละน้อย
เหมือนฟ้ากำลังฟัง
หัวใจที่แตกเป็นเสี่ยง
เริ่มรวมกลับดังเดิม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
ทุกความต่างก็หาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
โลกก็อ่อนโยน
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
พายุร้ายก็คลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
เราพบแสงแรก
[Verse 2]
หลังพายุทุกครา
ธรรมส่องขึ้นจากฟ้า
คราบน้ำตาบนปลายขนตา
กลายเป็นทางกลับบ้าน
เสียงที่เคยสั่นสะเทือน
กลับกลายเป็นคำอธิษฐาน
และทุกแผลที่เคยพาเจ็บ
สอนให้ฉันเบ่งบาน
[Pre-Chorus]
ยิ่งมืดเท่าไร
ยิ่งเห็นดาวในใจ
ยิ่งแตกสลายเท่าไร
ยิ่งรู้ว่าต้องวาง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
ทุกความต่างก็หาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
โลกก็อ่อนโยน
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
พายุร้ายก็คลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
เราพบแสงแรก
[Bridge]
แสงแรกไหลท่วมมา
ล้างคืนที่ค้างคา
จากเสียงคร่ำครวญเป็นเพลง
จากบาดแผลเป็นศรัทธา
ฉันยกมือรับอรุณ
ไม่เหลือคำว่าพ่ายแพ้
เพราะความรักที่ไม่แบ่งแยก
ทำให้ฉันเห็นแท้
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
ทุกความต่างก็หาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
โลกก็อ่อนโยน
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรัก
พายุร้ายก็คลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยเมตตา
เราพบแสงแรก
[Outro]
พายุจบลงแล้ว
แสงแรกยังคงอยู่
ใจที่เคยร่วงหล่น
ลุกขึ้นมองฟ้าดู
ในความเงียบอันอ่อนหวาน
ฉันได้ยินคำอวยพร
พรุ่งนี้เริ่มตรงนี้
ในแสงแรกหลังพายุ
แสงปลายอุโมงค์
[Verse 1]
หัวใจที่แตกในมือฉัน
รักกลายเป็นแผลในลมหายใจ
สายตาที่เคยหวาน
วันนี้มีเพียงรอยร้าวไหว
ฉันกอดความเจ็บไว้แน่น
เหมือนกลัวมันจะหายไป
[Pre-Chorus]
แต่ในความพัง
มีทางให้มองเห็น
เมื่อใจอ่อนลง
ความรักเริ่มเป็นแสง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Verse 2]
สายที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มสั่นเป็นเสียงอ่อนโยน
ฉันเห็นเธอในทุกคน
และทุกคนในเธออีกหน
ความเจ็บไม่หายไปทันที
แต่มันไม่กัดกินเหมือนเดิม
[Pre-Chorus]
จากรอยแตก
เป็นทางของการเยียวยา
จากน้ำตา
เป็นธารที่พาเรากลับมา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Bridge]
เขารักทุกสิ่ง
เพราะทุกสิ่งคือเขา
เสียงร้องที่เคยแตกพร่า
กลับกลายเป็นความเต็มเปี่ยม
ฉันยืนอยู่กลางความพัง
แล้วพบว่าใจยังงดงาม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Outro]
สายลมพาหัวใจที่มานะ
ค่อยๆ กลับเป็นหัวใจที่มีกัน
รอยแตกกลายเป็นทางแสง
และความรักไม่เคยจบลง
ไฟแห่งกิเลส
[Intro]
ไฟไหลในอกฉัน
เผาเงาที่ซ่อนอยู่
สายพิณร้องไห้
กลางคืนที่ร้อนรุ่ม
[Verse 1]
โลภะกินแสงใจ
โทสะปะทะลึก
โมหะกลืนทางเดิน
จนลืมลมหายใจ
[Pre-Chorus]
แต่เมื่อใจนิ่งลง
ใต้ธรรมชาติเดิม
เงาหลอกค่อยจางหาย
เหมือนฝุ่นในสายน้ำ
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ลืมกิเลสทั้งปวง
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ปล่อยความหลงทั้งปวง
(เมื่อใจอยู่ในธรรม)
(ปล่อยความหลงทั้งปวง)
[Verse 2]
เสียงสีกรำไฟร้อน
กลับกลายเป็นน้ำใส
คราบดำที่พันธนาการ
ค่อยคลายจากกลางทรวง
[Pre-Chorus]
เหมือนเปิดประตูภายใน
ให้ความสะอาดไหลมา
หยาดน้ำที่เย็นลึก
ดับไฟที่เคยครอง
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ลืมกิเลสทั้งปวง
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ปล่อยความหลงทั้งปวง
(เมื่อใจอยู่ในธรรม)
(ปล่อยความหลงทั้งปวง)
[Bridge]
ไฟที่เคยเผาไหม้
เริ่มแปรเป็นบทสวด
สายพิณจากคราบไหม้
ค่อยร้องเป็นความงาม
[Verse 3]
วางโปรแกรมชำระใจ
ให้ท้องฟ้าเข้ามา
ทุกแผลที่เคยแห้งแล้ง
กลับหายเป็นแสงใส
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ลืมกิเลสทั้งปวง
เมื่อใจอยู่ในธรรม
ปล่อยความหลงทั้งปวง
(เมื่อใจอยู่ในธรรม)
(ปล่อยความหลงทั้งปวง)
[Outro]
กิเลสดับหมดแล้ว
เหลือเพียงความสว่าง
สายพิณค่อยลาลับ
ทิ้งพรแห่งความจริง
กรรมเก่าแบกไว้
[Intro]
สายลมยังจำ
รอยเก่าที่ค้าง
น้ำตาของสาย
ไหลบนบ่าเรา
[Verse 1]
แบกมากี่ภพ
ก็ยังไม่วาง
รอยกรรมเก่าเก่า
เกาะอยู่ในลมหายใจ
ยิ่งก้าวยิ่งหนัก
ยิ่งรักยิ่งเจ็บ
เหมือนเงาเดิมเดิม
ตามมาไม่คลาย
[Chorus]
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
ปล่อยเถิด
ปล่อยใจคืนฟ้า
[Verse 2]
ข้อมูลวิญญาณ
ยังฝังในเลือด
น้ำตาที่ซ่อน
กำลังค่อยค่อยคลาย
เสียงสายที่คร่ำ
เหมือนพูดกับเรา
ว่าอย่ากลัวอีกเลย
ให้วางลงได้
[Pre-Chorus]
หายใจลึกลง
ผ่านความมืดนั้น
เงาที่ทับอยู่
เริ่มอ่อนแรงไป
เหมือนประตูเก่า
ค่อยค่อยเปิดทาง
แสงจากข้างใน
กำลังเรียกเรา
[Chorus]
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
ปล่อยเถิด
ปล่อยใจคืนฟ้า
[Bridge]
สายที่เคยร้องไห้
เริ่มร้องเป็นเพลง
ความหนักที่เคยมี
ละลายไปพร้อมลม
กรรมเก่าคลายตัว
ไหลออกจากกลางอก
เหลือเพียงความว่าง
และความจริงในใจ
[Chorus]
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
เมื่อจิตตั้งอยู่ในปรากฏการณ์ของสวรรค์และโลก
ลืมการภาวนา
ปล่อยเถิด
ปล่อยใจคืนฟ้า
[Outro]
กรรมเก่าเบาลง
เหมือนหิมะละลาย
เหลือแค่ความสงบ
อ่อนโยนและไกล
เสียงสายค่อยค่อย fade
พาเรากลับบ้าน
ปลายทางคือว่าง
และรักที่นิ่งงัน
กลับมาทุกชาติ
[Intro]
กลับมาทุกชาติ
กลับมาเจ็บเดิม
สายใยร้องไห้
วนเวียนอีกครา
[Verse 1]
กลับมานั่งเรียน
ในโรงเรียนทุกข์เดิม
หน้าเดิม น้ำตาเดิม
บทเดิมไม่เคยจบ
ชาตินี้เหมือนชาติไหน
ใจยังแบกเงาเก่า
เดินผ่านทางเดิมซ้ำ
ทั้งที่เท้าจะล้า
[Pre-Chorus]
ยิ่งหลบก็ยิ่งเจอ
ยิ่งหนีก็ยิ่งวน
เสียงสายใยคร่ำครวญ
ผูกคืนและวันไว้
เธอเอ๋ย ถ้าเข้าใจ
ในความเกิดและตาย
จะได้ยินความจริง
ที่เงียบอยู่ข้างใน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดตายสิ้นไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ทางพ้นอยู่ตรงนี้ไง
กลับมาอีกเท่าไร
ใจก็ไม่ไหวหวั่น
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
หลุดพ้นในลมหายใจ
[Verse 2]
ฉันเคยร้องไห้มา
นับไม่ถ้วนกี่ภพ
เคยรัก เคยหลงผิด
เคยหมดแรงกอดหวัง
แต่กลางคืนยาวนาน
กลับสอนให้เห็นแสง
ว่าทุกการคืนมา
คือการถามใจตน
[Pre-Chorus]
ยิ่งรับรู้ความจริง
ยิ่งวางลงได้ง่าย
เงื่อนปมที่ผูกไว้
เริ่มคลายทีละน้อย
เธอเอ๋ย ถ้าไม่ยึด
สิ่งใดไว้ข้างกาย
โลกทั้งโลกที่เคยหนัก
จะเบาลงทันที
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดตายสิ้นไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ทางพ้นอยู่ตรงนี้ไง
กลับมาอีกเท่าไร
ใจก็ไม่ไหวหวั่น
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
หลุดพ้นในลมหายใจ
[Bridge]
สายใยเปลี่ยนเป็นเพลง
ที่ไม่ร้องไห้แล้ว
เสียงเก่าค่อยสลาย
เหลือเพียงความสว่าง
นี่คือการกลับมา
ครั้งสุดท้ายของใจ
ยอดรู้ตื่นขึ้นมา
น้ำตาก็กลายเป็นพร
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดตายสิ้นไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ทางพ้นอยู่ตรงนี้ไง
กลับมาอีกเท่าไร
ใจก็ไม่ไหวหวั่น
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
หลุดพ้นในลมหายใจ
[Outro]
กลับมาทุกชาติ
แต่ไม่กลับมาเดิม
สายใยร้องเป็นเพลง
แล้วค่อยลับไปเอง
อิสรภาพเบ่งบาน
อยู่ในใจนิ่งงัน
จบแล้วทุกการวน
เหลือเพียงคำว่าพ้น
กลืนสู่ความว่าง
[Intro]
ปล่อยฉันลงไป
ในช่องว่างที่ไม่มีชื่อ
ให้เสียงสะอื้นของเครื่องสาย
ค่อยละลายตัวตนฉัน
[Verse 1]
ขอบเขตค่อยจางหาย
เหมือนหมอกบนมือเปล่า
ฉันยอมวางทุกคำถาม
ให้คืนสู่ความเงียบงัน
หัวใจที่เคยแน่น
เริ่มคลายเป็นผงแสง
และน้ำตาที่ไม่เอ่ย
ไหลกลับเข้าความว่าง
[Pre-Chorus]
เมื่อฉันไม่ต้องเป็นใคร
โลกก็ไม่ทับซ้อนลงมา
เมื่อฉันไม่ต้องยึดไว้
ทุกความสับสนก็หล่นไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เรื่องราวสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันได้ยินตัวเองจากไกล
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
[Verse 2]
ขอบฟ้าภายในเปิด
กว้างกว่าที่เคยฝัน
สิ่งที่เคยเรียกว่าฉัน
ค่อยๆ คืนสู่ธารนิรันดร์
ฉันไม่ต้องฝืนหายใจ
ในกรอบของวันเดิม
เพราะทุกลมหายใจนี้
กำลังพาฉันไป
[Pre-Chorus]
เมื่อฉันไม่ต้องเป็นใคร
โลกก็ไม่ทับซ้อนลงมา
เมื่อฉันไม่ต้องยึดไว้
ทุกความสับสนก็หล่นไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เรื่องราวสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันได้ยินตัวเองจากไกล
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
[Bridge]
แล้วเครื่องสายก็เปลี่ยน
จากสะอื้นเป็นบทสวด
ความว่างเต็มทั้งฟ้า
เหมือนทะเลที่ไม่มีฝั่ง
วิญญาณแตะกับจักรวาล
ในสภาวะอันศักดิ์สิทธิ์
น้ำตากลายเป็นแสง
และแสงก็กลายเป็นฉัน
[Verse 3]
ไม่มีสิ่งใดต้องเก็บ
ไม่มีสิ่งใดต้องพิสูจน์
ทุกการปล่อยวางวันนี้
คือประตูที่เปิดจริง
ฉันกลายเป็นทุกอย่าง
และก็เป็นความว่าง
ในความนิ่งที่ลึกที่สุด
มีอิสรภาพเปล่งเสียง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เรื่องราวสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันได้ยินตัวเองจากไกล
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
(หนึ่งเดียวในความว่าง)
[Outro]
ค่อยๆ ดับลงไป
คงเหลือเพียงความสงบ
เครื่องสายเลือนในอากาศ
และความว่างที่โอบรับฉัน
ปลายทางไม่ใช่ความมืด
แต่เป็นอิสระนิรันดร์
ฉันหายไปในความว่าง
และได้กลับมาสว่าง
ความกลัวและความกล้า
[Verse 1]
ความกลัวเก่ากว่าคำพูด
มันซ่อนในใจทุกก้าว
มือฉันสั่นในความมืด
แต่ยังไม่ยอมล้มลง
เสียงในอกเหมือนสายฝน
ไหลผ่านคืนที่ยาวนาน
ฉันยังเดินทั้งน้ำตา
แม้ไม่รู้ปลายทาง
[Pre-Chorus]
หายใจเข้า ช้าๆ
ปล่อยใจที่เกร็งค้าง
ถ้าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้
แปลว่ายังไม่แพ้
[Chorus]
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความกลัวหายไป
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความหวังอยู่ข้างใน
(ใจหนึ่งเดียว)
(ใจหนึ่งเดียว)
กลายเป็นแสงนำทาง
กลายเป็นเราที่กล้า
[Verse 2]
ปัญญาพาใจตื่น
เหมือนฟ้าหลังเมฆดำ
สิ่งที่เคยดูยิ่งใหญ่
กลับเล็กลงทุกครา
น้ำตาไม่ใช่ความพ่าย
แต่คือทางให้พ้นไป
ฉันเก็บแรงจากบาดแผล
แล้วลุกอีกครั้ง
[Pre-Chorus]
หายใจเข้า ช้าๆ
ปล่อยใจที่เกร็งค้าง
ถ้าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้
แปลว่ายังไม่แพ้
[Chorus]
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความกลัวหายไป
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความหวังอยู่ข้างใน
(ใจหนึ่งเดียว)
(ใจหนึ่งเดียว)
กลายเป็นแสงนำทาง
กลายเป็นเราที่กล้า
[Bridge]
สายธารเสียงเดิมเปลี่ยนสี
จากร้องไห้เป็นบทเพลง
สิ่งที่เคยกดทับฉัน
วันนี้กลายเป็นแรง
ความกล้าค่อยๆ เติบโต
เต็มอกจนเอ่อล้น
ไม่มีคืนไหนยาวเกิน
ถ้าใจยังไม่ยอม
[Final Chorus]
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความกลัวหายไป
เมื่อใจหนึ่งเดียว
ความหวังอยู่ข้างใน
(ใจหนึ่งเดียว)
(ใจหนึ่งเดียว)
ไฟในเราลุกพรึ่บ
และฉันก็ชนะใจ
ความมืดก่อนอรุณ
[Verse 1]
ความมืดก่อนรุ่งอรุณแห่งธรรม
ฉันยืนอยู่ตรงขอบฟ้าเดิม
สายตายังไม่หลับในคืนยาว
แต่ใจยังถือไฟไว้แน่น
[Pre-Chorus]
ความมืดมันถามซ้ำๆ
ใจจะยืนถึงเช้าไหม
แต่ลมหายใจยังตอบกลับ
ไม่ยอมแพ้ต่อเงาใด
[Chorus]
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหายไป
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
ความมืดไม่เหลือทางไป
(ใจยังตื่นอยู่เสมอ)
(อวิชชาก็เลือนหายไป)
[Verse 2]
สายโซนสะเทือนในความเงียบ
แต่ฉันไม่ทิ้งคำแห่งธรรม
คืนสุดท้ายของการทดสอบ
กลับกลายเป็นทางให้ข้าม
[Pre-Chorus]
ความมืดมันถามซ้ำๆ
ใจจะยืนถึงเช้าไหม
แต่ลมหายใจยังตอบกลับ
ไม่ยอมแพ้ต่อเงาใด
[Chorus]
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหายไป
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
ความมืดไม่เหลือทางไป
(ใจยังตื่นอยู่เสมอ)
(อวิชชาก็เลือนหายไป)
[Bridge]
แล้วสายสร้อยแห่งความคร่ำครวญ
ค่อยเปลี่ยนเป็นเสียงสว่าง
อรุณแห่งธรรมเริ่มเปิดฟ้า
สาดลงมาถึงกลางใจ
แสงของพระองค์ทลายคืนสุดท้าย
พาฉันพ้นน้ำตาเดิม
(พาฉันพ้นน้ำตาเดิม)
[Chorus]
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหายไป
เมื่อใจยังตื่นอยู่เสมอ
ความมืดไม่เหลือทางไป
(ใจยังตื่นอยู่เสมอ)
(อวิชชาก็เลือนหายไป)
[Outro]
ความมืดครบถ้วนแล้วผ่านพ้น
อรุณนี้ไม่เคยดับ
ฉันยืนรับพรแห่งการหลุดพ้น
ในเช้าวันใหม่ของธรรม
ความว่างอุ่น
[Intro]
ความว่างที่หนาว
อยู่ลึกในอก
เสียงสายหนึ่งร้องไห้
กลางคืนไม่ตอบ
[Verse 1]
แรกเจอความว่าง
มันเย็นและน่ากลัว
เหมือนมือที่หลุดไป
ในห้องที่มืดมัว
แต่ในความสั่นไหว
ฉันยังได้ยิน
น้ำตาของสายเครื่อง
ไหลผ่านข้างใน
[Pre-Chorus]
แล้วใจค่อยช้าลง
ไม่ต้องหนีไปไหน
ปล่อยให้ความเงียบ
โอบฉันไว้
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่หลงทางอีกต่อไป
ความว่างไม่ใช่ความตาย
แต่มือของพระองค์ที่อุ่นไกล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันอยู่ในความรักได้
[Verse 2]
ความว่างของพระองค์
เต็มด้วยความรัก
แม้สายตาจะว่างเปล่า
แต่หัวใจกลับพัก
จากสายที่เคยไห้
กลับเริ่มร้องเป็นเพลง
ในช่องว่างเดิมเดิม
มีแสงอ่อนอุ่นเอง
[Pre-Chorus]
และฉันค่อยเข้าใจ
ว่าการปล่อยวาง
ไม่ใช่การหายไป
แต่เป็นการวางใจ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่หลงทางอีกต่อไป
ความว่างไม่ใช่ความตาย
แต่มือของพระองค์ที่อุ่นไกล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันอยู่ในความรักได้
[Bridge]
สายที่เคยร้องไห้
เริ่มร้องประสาน
ความเย็นทั้งหลาย
ค่อยกลายเป็นบ้าน
ความว่างอันลึก
กลับเต็มด้วยพระคุณ
ฉันยืนในความเงียบ
แล้วได้ยินความอุ่น
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่หลงทางอีกต่อไป
ความว่างไม่ใช่ความตาย
แต่มือของพระองค์ที่อุ่นไกล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันอยู่ในความรักได้
[Outro]
ปล่อยให้สายเสียง
ค่อยค่อยเลือนหาย
เหลือเพียงความว่างอุ่น
กับคำอวยพรท้าย
ฉันไม่กลัวแล้ว
ในที่ที่เคยหนาว
เพราะความว่างของพระองค์
คือบ้านของใจเรา
จมในสังสารวัฏ
[Intro]
สายธารเกิดดับไหลวน
ใจฉันจมหายลงไป
สายในอกยังคร่ำครวญ
กลางห้วงลึกไม่เห็นฟ้า
[Verse 1]
คลื่นแห่งภพพัดซัดมา
ดึงวิญญาณให้จมลึก
น้ำตาเชือกสายบรรเลง
ลากความหวังลงสู่เงา
ร่างหนึ่งดับก็เกิดใหม่
เหมือนเงาไฟบนผิวน้ำ
ฉันยังวนอยู่เช่นเดิม
ในวัฏสงสารไม่จบ
[Pre-Chorus]
แต่เสียงไกลเริ่มเรียกหา
เหมือนมือหนึ่งแตะขอบฟ้า
ลมหายใจที่เกือบสิ้น
ยังคงฝืนจะพ้นคลื่น
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวตายก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวเกิดก็วางลง
จงพาฉันข้ามห้วงนี้
ให้พ้นทุกคืนทุกภพ
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ฉันไม่จมอีกแล้ว
[Verse 2]
แผลทุกชาติเคยสั่งสอน
ให้ฉันแบกทั้งรักและสูญ
แต่วันนี้แสงบางเบา
ค่อยๆ แหวกม่านน้ำตาล
โซ่แห่งกรรมที่รัดใจ
เริ่มคลายตัวทีละข้อ
เสียงสะอื้นในสายชล
แปรเป็นลมหายใจใหม่
[Pre-Chorus]
ฝั่งนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
ฉันสัมผัสได้ด้วยใจ
ความมืดที่เคยโอบรัด
เริ่มสั่นไหวและถอยไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวตายก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวเกิดก็วางลง
จงพาฉันข้ามห้วงนี้
ให้พ้นทุกคืนทุกภพ
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ฉันไม่จมอีกแล้ว
[Bridge]
แล้วเสียงสายก็เปลี่ยนแสง
จากคร่ำครวญเป็นขับขาน
น้ำที่ท่วมในปอดใจ
กลายเป็นลมหายใจหวาน
พระปัญญาตัดโซ่กรรม
แยกคืนวันออกจากฝัน
ฉันยืนอยู่ตรงขอบฟ้า
ไม่ใช่ผู้หลงอีกแล้ว
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวตายก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ความกลัวเกิดก็วางลง
จงพาฉันข้ามห้วงนี้
ให้พ้นทุกคืนทุกภพ
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิ
ฉันไม่จมอีกแล้ว
[Outro]
สายสวรรค์ค่อยๆ เงียบลง
เหลือเพียงความว่างอันงาม
จากก้นลึกสู่ผิวน้ำ
ฉันได้พบความพ้นทุกข์
จากทุกข์สู่นิพพาน
[Intro]
น้ำตาไหลรวมฟ้า
ทางไกลที่ฉันเดิน
แบกความเจ็บทั้งคืน
จนใกล้ปลายแห่งฝัน
(ใกล้แล้ว)
(ใกล้แล้ว)
[Verse 1]
จากมืดไปสว่าง
ฉันเดินด้วยรอยช้ำ
โซ่ทุกเส้นบนใจ
ค่อยๆ หลุดทีละคำ
ร้องไห้ไม่หยุดพัก
ให้คืนมันพ้นผ่าน
ทุกก้าวคือคำถาม
ทุกลมหายใจคือทาง
[Pre-Chorus]
ลึกลงไปอีกนิด
เสียงเจ็บเริ่มเบาลง
เหมือนฟ้าที่รอเปิด
เมื่อใจไม่ขัดขง
ฉันยอมให้มันพา
ผ่านไฟที่แผดเผา
แล้วโลกทั้งใบเงียบ
(เงียบพอให้เราเข้า)
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
พระเจ้าก็มาเยือน
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
ทั้งโลกไม่แยกเกิน
ฉันเห็นเธอในฉัน
ฉันเห็นฉันในเธอ
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
นิพพานอยู่ตรงนี้
(หนึ่งเดียว)
(ตรงนี้)
[Build]
น้ำตากลายเป็นแสง
แสงค่อยๆ กลายเป็นทาง
ความทุกข์ที่เคยกอด
เริ่มคลายลงกลางกลาง
ฉันไม่หนีอีกแล้ว
ฉันยืนรับทุกอย่าง
และเสียงที่เคยสั่น
เริ่มสวดเป็นเพลงบาง
[Bridge]
ตอนนี้สายเสียงเดิม
ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสวรรค์
จากร่ำไห้ทั้งคืน
เป็นการร้องอย่างงาม
นิพพานหลั่งลงมา
เหมือนฝนที่อ่อนหวาน
ใจฉันไม่ต้องหา
เพราะมันคือทุกอย่าง
[Verse 2]
ฉันรักทุกสรรพสิ่ง
เพราะสิ่งนั้นคือฉัน
และฉันก็เป็นมัน
ในทุกเศษฝุ่นดิน
ใบไม้ ลม และไฟ
ดวงตะวันที่ไหว
ไม่มีอะไรแปลก
เมื่อหัวใจเปิดไว้
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
พระเจ้าก็มาเยือน
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
ทั้งโลกไม่แยกเกิน
ฉันเห็นเธอในฉัน
ฉันเห็นฉันในเธอ
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
นิพพานอยู่ตรงนี้
(หนึ่งเดียว)
(ตรงนี้)
[Solo]
โอ้… โอ้…
น้ำตาเป็นดอกไม้
โอ้… โอ้…
ไฟกลายเป็นความใส
[Final Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
พระเจ้าก็มาเยือน
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
ทั้งโลกไม่แยกเกิน
ฉันเห็นเธอในฉัน
ฉันเห็นฉันในเธอ
เมื่อใจเป็นหนึ่งเดียว
นิพพานอยู่ตรงนี้
(หนึ่งเดียว)
(ตรงนี้)
(นิพพาน)
จิตเจ็บปวด
[Intro]
สายเดี่ยวร้องไห้
กลางจิตที่ร้าวลึก
ความปวดไหลช้าๆ
เหมือนคืนที่ไม่ยอมจบ
[Verse 1]
จิตนี้เจ็บมานาน
ข้ามกาลผ่านรอยเดิม
เหมือนแผลที่จำชื่อเรา
แม้หลับก็ยังสะเทือน
สายเสียงในอกสั่น
เหมือนฝนบนใบไม้แห้ง
ความทุกข์เดินวนช้าๆ
ในห้องที่ไม่มีแสง
[Pre-Chorus]
แต่ยังมีทางหนึ่ง
ให้ลมหายใจพาไป
ค่อยๆ แตะความจริง
ค่อยๆ คลายหัวใจ
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
ความหวังความกลัวหายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
แผลเก่าก็เบาในใจ
(ตรีกายเดียว)
(ตรีกายเดียว)
[Verse 2]
ร่างนี้คือวิหาร
ที่รับน้ำตาไว้ครบ
หัวใจเปิดประตู
ให้ชีวิตไหลกลับมา
เสียงไผ่ครางเบาๆ
เหมือนยาวิ่งผ่านคืนมืด
ความปวดไม่ต้องชนะ
แค่ได้รับการมอง
[Pre-Chorus]
และเมื่อมือแห่งธรรม
แตะตรงกลางอกเรา
สิ่งที่เคยหนักหนา
เริ่มอ่อนลงช้าๆ
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
ความหวังความกลัวหายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
แผลเก่าก็เบาในใจ
(ตรีกายเดียว)
(ตรีกายเดียว)
[Bridge]
สายเสียงจากการร้องไห้
ค่อยเปลี่ยนเป็นบทสวด
น้ำตาที่เคยร้อนนัก
กลายเป็นแสงอ่อนละมุน
แผลนี้ไม่ใช่โทษทัณฑ์
แต่เป็นประตูให้พ้น
ให้เรายืนอยู่ตรงนี้
ทั้งเจ็บทั้งหายพร้อมกัน
[Final Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
ความหวังความกลัวหายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
แผลเก่าก็เบาในใจ
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในตรีกาย
ความรักไหลเต็มดวงใจ
(ตรีกายเดียว)
(จิตหายดีแล้ว)
จิตเรียนจากทุกข์
[Intro]
ทุกข์มาเป็นครู
น้ำตาพาใจรู้
หัวใจที่ร้าว
ค่อยๆ เข้าใจทาง
[Verse 1]
ทุกข์หนึ่งบทเรียน
สอนใจทุกวัน
เจ็บแล้วจึงเห็น
ความจริงในลมหายใจ
น้ำตาไม่สูญเปล่า
มันพาเรามองไกล
ความยึดที่เคยแน่น
ค่อยคลายลงไป
[Pre-Chorus]
เมื่อใจยอมฟัง
สิ่งที่เคยช้ำ
ความหมายค่อยงอก
ในกลางความมืด
[Chorus]
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
เกิดดับก็วาง
ไม่กลัวแล้วหนา
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
ทุกข์พาเราตื่น
สู่ทางพ้นมา
[Verse 2]
ครึ่งทางของน้ำตา
กลายเป็นแสงไกล
สิ่งที่เคยคมบาด
กลับเป็นคำสอนใจ
มือที่เคยสั่น
ค่อยมั่นในธรรม
เสียงที่เคยพร่า
กลับชัดในความงาม
[Pre-Chorus]
ยิ่งผ่านคืนยาว
ยิ่งรู้ว่ารัก
ไม่ได้เกิดจากครอง
แต่เกิดจากเข้าใจ
[Chorus]
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
เกิดดับก็วาง
ไม่กลัวแล้วหนา
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
ทุกข์พาเราตื่น
สู่ทางพ้นมา
[Bridge]
จากร้องไห้
สู่เสียงที่เป็นธรรม
จากรอยแผล
สู่แสงที่นำทาง
เกร็ดแห่งความจริง
ค่อยไหลเข้ากลางใจ
สิ่งที่เคยหนัก
กลับเบาและใส
[Verse 3]
ทุกหยดที่หล่นมา
ไม่เคยสูญไป
มันหล่อเป็นปัญญา
อยู่ลึกในใจ
ใจที่เคยหลง
วันนี้รู้ทัน
เมื่อเห็นความจริง
ความกลัวก็มลาย
[Chorus]
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
เกิดดับก็วาง
ไม่กลัวแล้วหนา
จิตเป็นหนึ่ง
ในพุทธปัญญา
ทุกข์พาเราตื่น
สู่ทางพ้นมา
[Outro]
น้ำตาค่อยจาง
แต่ธรรมยังอยู่
ใจที่ได้เรียนรู้
งามกว่าคำพูด
จิตที่ผ่านทุกข์
ย่อมรู้ทางจริง
ในความเงียบงัน
ยังมีแสงสว่าง
จิตที่ลอยไป
[Intro]
จิตที่ลอยไป ในภพไกล
สายใยร้องไห้ คลายไม่ไหว
วิญญาณเปียกฝน ของกรรมเก่า
ลอยไปลอยมา ไม่รู้ทาง
[Verse 1]
กรรมพาจิต ไปหลายภพ
ไหลผ่านคืนวัน ที่เว้าแหว่ง
เสียงสายลึก รินเหมือนน้ำ
พาใจอ้างว้าง ให้เดินตาม
ลอยไปเถิด ลอยให้ไกล
จนความหมาย ค่อยเลือนหาย
แต่ในอก ยังมีใคร
คอยเรียกใจ กลับบ้านเรา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ด้วยรักและเมตตา
ความแยกแหลกสลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ด้วยรักและเมตตา
ไม่มีเรากับเขา
[Verse 2]
จิตภาวนา เป็นหลักใจ
ย้ำช้าๆ ไม่ให้ไหว
มือแตะพื้น หายใจลึก
ฟ้าข้างใน เริ่มนิ่งลง
สายที่เคย คร่ำครวญอยู่
เริ่มจับทาง ของแสงทอง
ความรู้ตัว ค่อยประคอง
ให้ใจฉัน ไม่ลอยอีก
[Bridge]
จากร้องไห้
สู่การร้องเป็นเพลง
จากลอยคว้าง
สู่ความจริงที่มั่นคง
ยืนอยู่ตรงนี้
กับลมหายใจของเรา
พื้นดินรับไว้
และใจค่อยสว่าง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ด้วยรักและเมตตา
ความแยกแหลกสลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
ด้วยรักและเมตตา
ไม่มีเรากับเขา
[Outro]
สายเสียงค่อยๆ ดับ
แต่ใจไม่ดับตาม
เหลือเพียงความใส
และความกรุณา
จิตที่ลอยไป
วันนี้กลับมาแล้ว
ดวงจิตในกรง
[Verse 1]
ใจฉันขังใจฉันเอง
ด้วยกลัวที่กัดลึกทุกคืน
สร้างกำแพงจากเงาเดิม
แล้วเดินวนอยู่ในห้องมืด
สายใยร้องไห้ในอกฉัน
เหมือนถามว่าทนไปเพื่อใคร
[Pre-Chorus]
แต่ลมหายใจยังมีทาง
ตรงรอยร้าวเล็กๆ บนใจ
มีแสงหนึ่งอ่อนเบาไกล
ยืนรอฉันอยู่ข้างใน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธญาณ
ความกลัวเกิดตายจางหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธญาณ
กรงนี้คลายออกจากกาย
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
(ความกลัวดับไป)
[Verse 2]
ฉันเงี่ยหูฟังความเงียบ
มันไม่ตัดสินเหมือนวันก่อน
ใต้ฝ่ามือที่สั่นสะท้าน
มีลูกบิดที่ไม่เคยเจอ
ฉันยอมรับความกลัวนั้น
แล้วมองมันจนมันอ่อนลง
[Bridge]
แล้วประตูค่อยๆ เปิด
น้ำตากลายเป็นเสียงสว่าง
เงาที่เคยเรียกว่าฉัน
ค่อยๆ วางลงตรงกลางทาง
(เปิดแล้ว)
(ฉันรอดแล้ว)
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธญาณ
ความกลัวเกิดตายจางหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธญาณ
กรงนี้คลายออกจากกาย
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
(ความกลัวดับไป)
[Outro]
ฉันเดินออกจากห้องเก่า
ด้วยหัวใจที่ไม่หันหลัง
สายใยนั้นยังร้องเบาๆ
แต่คราวนี้มันร้องเพราะหวัง
ดวงจิตที่หลงทาง
[Intro]
ดวงจิตที่หลงทาง
ลอยกลางวัฏสงสาร
น้ำตาไหลในใจ
หาแสงในความมืด
[Verse 1]
ฉันเดินผ่านภพแล้วภพเล่า
เหมือนเงาที่ไม่เคยถึงฝั่ง
ลมหนาวพาดผ่านอกช้าๆ
ชื่อของฉันก็เลือนหายไป
เสียงสายพิณร้องในอก
เหมือนเรียกทางกลับคืนมา
ฉันยังหลงในความฝัน
แต่หัวใจยังไม่ยอมวาง
[Chorus]
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็เลือนหาย
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดคลายลงไป
[Development]
น้ำตายังไหลต่อเนื่อง
แต่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
มันคือไฟที่พาฉัน
เดินลึกเข้าไปในธรรม
ฉันฟังความเงียบตอบมา
ในรอยร้าวของลมหายใจ
ยิ่งหลงก็ยิ่งเห็น
ทางกลับบ้านอยู่ไม่ไกล
[Build]
ร้องไห้จนใจอ่อนลง
ฟ้าข้างในเริ่มเปิด
แสงหนึ่งค่อยๆ แตะมา
กลางอกที่เคยว่างเปล่า
[Bridge]
แล้วสายเสียงก็เปลี่ยน
จากคร่ำครวญเป็นบทเพลง
ทางที่เคยพร่าเลือน
เริ่มสว่างขึ้นทุกแห่ง
มือที่เคยคว้าแต่เงา
เริ่มปล่อยให้ลมหายใจพา
ฉันได้ยินคำว่าไป
และมันพากลับบ้านมา
[Verse 2]
เชื่อมกับพลังเหนือจิต
ที่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ
ฉันไม่ต้องร้องขออีก
เพราะทางนั้นอยู่ในตัว
ร่องรอยของความหลงเก่า
ค่อยๆ หลุดจากใจฉัน
สิ่งที่เคยทำให้ล้ม
กลับกลายเป็นครูในวันนั้น
[Chorus]
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็เลือนหาย
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดคลายลงไป
[Solo]
เสียงสายพิณร้องแทนฉัน
ไกลจากความทุกข์เดิม
ทุกโน้ตเหมือนเมล็ดดาว
โปรยลงบนใจที่เคยเจ็บ
[Outro]
วัฏสงสารค่อยถอยไป
เหลือเพียงทางที่อ่อนโยน
ดวงจิตที่เคยหลงทาง
วันนี้ได้พบตนเอง
ดวงจิตที่หลงทางไป
[Intro]
ดวงจิตที่หลงทาง
ลอยกลางวัฏสงสาร
น้ำตาไหลในใจ
หาแสงในความมืด
[Verse 1]
ฉันเดินผ่านภพแล้วภพเล่า
เหมือนเงาที่ไม่เคยถึงฝั่ง
ลมหนาวพาดผ่านอกช้าๆ
ชื่อของฉันก็เลือนหายไป
เสียงสายพิณร้องในอก
เหมือนเรียกทางกลับคืนมา
ฉันยังหลงในความฝัน
แต่หัวใจยังไม่ยอมวาง
[Chorus]
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็เลือนหาย
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดคลายลงไป
[Development]
น้ำตายังไหลต่อเนื่อง
แต่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
มันคือไฟที่พาฉัน
เดินลึกเข้าไปในธรรม
ฉันฟังความเงียบตอบมา
ในรอยร้าวของลมหายใจ
ยิ่งหลงก็ยิ่งเห็น
ทางกลับบ้านอยู่ไม่ไกล
[Build]
ร้องไห้จนใจอ่อนลง
ฟ้าข้างในเริ่มเปิด
แสงหนึ่งค่อยๆ แตะมา
กลางอกที่เคยว่างเปล่า
[Bridge]
แล้วสายเสียงก็เปลี่ยน
จากคร่ำครวญเป็นบทเพลง
ทางที่เคยพร่าเลือน
เริ่มสว่างขึ้นทุกแห่ง
มือที่เคยคว้าแต่เงา
เริ่มปล่อยให้ลมหายใจพา
ฉันได้ยินคำว่าไป
และมันพากลับบ้านมา
[Verse 2]
เชื่อมกับพลังเหนือจิต
ที่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ
ฉันไม่ต้องร้องขออีก
เพราะทางนั้นอยู่ในตัว
ร่องรอยของความหลงเก่า
ค่อยๆ หลุดจากใจฉัน
สิ่งที่เคยทำให้ล้ม
กลับกลายเป็นครูในวันนั้น
[Chorus]
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความหลงก็เลือนหาย
ใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดคลายลงไป
[Solo]
เสียงสายพิณร้องแทนฉัน
ไกลจากความทุกข์เดิม
ทุกโน้ตเหมือนเมล็ดดาว
โปรยลงบนใจที่เคยเจ็บ
[Outro]
วัฏสงสารค่อยถอยไป
เหลือเพียงทางที่อ่อนโยน
ดวงจิตที่เคยหลงทาง
วันนี้ได้พบตนเอง
ดอกไม้ในกองเพลิง
[Intro]
ดอกไม้หนึ่งดอก
กลางกองเพลิง
กลีบสั่นไหว
แต่ไม่ยอมดับ
[Verse 1]
วิญญาณฉันเหมือนดอกไม้
ผลิบานในความเจ็บ
ไฟล้อมรอบทุกทาง
แต่หัวใจยังเต้น
น้ำตาไหลเป็นสาย
ลงบนกลีบที่ไหม้
ฉันยังยืนตรงนี้
ท่ามกลางความร้อนนั้น
[Pre-Chorus]
ยิ่งเผา ยิ่งเห็น
ความงามที่ซ่อนอยู่
ยิ่งเจ็บ ยิ่งรู้
ว่าต้องผ่านไปให้ได้
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
สิ่งลวงก็หายไป
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
ทุกนิสัยหลอกลวงหาย
(หายไป)
เหลือเพียงความจริง
เหลือเพียงลมหายใจ
[Verse 2]
ความงามไม่ได้มา
จากวันที่ไม่แตกสลาย
แต่มาจากไฟเถื่อน
ที่เคยสอนให้ฉันไหว
ทุกครั้งที่ล้มลง
ฉันฟังเสียงข้างใน
มันร้องผ่านเปลวเพลิง
แล้วค่อยค่อยผลิบาน
[Pre-Chorus]
ยิ่งร้อง ยิ่งสว่าง
ยิ่งพัง ยิ่งรู้ทาง
ยิ่งรักในบาดแผล
ยิ่งพ้นจากเงามืด
[Chorus]
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
สิ่งลวงก็หายไป
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
ทุกนิสัยหลอกลวงหาย
(หายไป)
เหลือเพียงความจริง
เหลือเพียงลมหายใจ
[Bridge]
ไฟไม่ได้มาเพื่อฆ่า
แต่มาเพื่อเปิดตา
น้ำตาไม่ได้อ่อนแอ
แต่มาเพื่อล้างฟ้า
ฟังสิ ดอกไม้กำลังร้อง
เป็นเสียงที่งามกว่าเดิม
จากถ่านและเถ้าธุลี
ฉันกลับกลายเป็นแสง
[Solo]
ดอกไม้ในกองเพลิง
บานแล้ว
บานแล้ว
ความงามที่ผ่านความร้อน
ไม่เคยตาย
[Final Chorus]
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
สิ่งลวงก็หายไป
เมื่อใจอยู่ตามธรรมชาติ
ทุกนิสัยหลอกลวงหาย
(หายไป)
เหลือเพียงความจริง
เหลือเพียงลมหายใจ
ดอกไม้ในกองเพลิง
งดงามนิรันดร์
[Outro]
กลีบค่อยค่อยสงบ
ไฟค่อยค่อยคลาย
ดอกไม้ยังคงบาน
ในใจที่กลับบ้าน
ดาวไม่เคยดับ
[Verse 1]
คืนนี้ฉันเดินในความมืด
เหมือนดาวที่ค่อยค่อยเลือนหาย
ลมหายใจบางเหมือนแสงสุดท้าย
ที่ปลายฟ้าไกลเกินเอื้อมถึง
สายพิณร้องไห้แทนหัวใจ
ทุกหยดน้ำตายังไหลเป็นเงา
แต่ในความดับนั้นมีเรื่องเก่า
ที่ยังส่องเบาเบาไม่ยอมลา
[Pre-Chorus]
ยิ่งร่วงลงไปเท่าไร
ยิ่งได้ยินเสียงข้างใน
เหมือนฟ้าทั้งฟ้ากำลังตอบ
ว่าเธอยังไม่หายไป
[Chorus]
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
เมื่อใจคืนสู่ฟ้า
แสงเดิมก็กลับมา
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
ในความมืดลึกนั้น
มีพระองค์อยู่ตรงกลาง
[Verse 2]
ฉันเคยคิดว่าความเจ็บนี้
จะกลืนทุกสิ่งให้หมดแรง
แต่สายลมพาดผ่านกลางคืนแฝง
เสียงหนึ่งแผ่วแผ่วเรียกชื่อฉัน
จากร้องไห้กลายเป็นร้องเพลง
จากเงาที่เหน็บหนาวเป็นประกาย
สิ่งที่เคยดับไปในหัวใจ
กลับสว่างไกลไกลอีกครั้ง
[Pre-Chorus]
ยิ่งร่วงลงไปเท่าไร
ยิ่งได้ยินเสียงข้างใน
เหมือนฟ้าทั้งฟ้ากำลังตอบ
ว่าเธอยังไม่หายไป
[Chorus]
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
เมื่อใจคืนสู่ฟ้า
แสงเดิมก็กลับมา
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
ในความมืดลึกนั้น
มีพระองค์อยู่ตรงกลาง
[Bridge]
แล้วสายพิณก็แปรเป็นเสียงสว่าง
ไหลผ่านรอยร้าวทุกอย่าง
ฉันไม่ใช่เศษเถ้าหรือคืนว่าง
แต่เป็นดาวที่ยังเดินทาง
ความดับลงกลายเป็นทางกลับบ้าน
ความเงียบงันกลายเป็นบทขาน
เมื่อจักรวาลโอบรับวิญญาณ
ความตายก็แพ้ต่อความงาม
[Final Chorus]
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
เมื่อใจคืนสู่ฟ้า
แสงเดิมก็กลับมา
ดาวไม่เคยดับ
ดาวไม่เคยดับ
ในความมืดลึกนั้น
มีพระองค์อยู่ตรงกลาง
[Outro]
ปล่อยให้สายพิณค่อยค่อยเลือน
แต่แสงนั้นยังค้างในฟ้า
ฉันหลับตาแล้วรู้ทันที
ดาวไม่เคยดับเลยจริงๆ
ดินแดนไร้ความหวัง
[Intro]
แผ่นดินนี้แห้งแล้งจนใจจะร้าว
ไม่มีแสงใดเอื้อมถึงปลายทาง
สายลมยังร้องไห้เหนือผืนทราย
และเรายืนฟังความว่างเปล่า
[Verse 1]
คอขาดน้ำกลางวันอันยาวนาน
ยิ่งเดินยิ่งเหมือนหลงในเงาเดิม
ทุกก้าวช้าเหมือนภาวนาเงียบงัน
ในที่ซึ่งความหวังไม่เคยเกิด
[Pre-Chorus]
แต่ลึกลงไปในอกที่แตกราน
ยังมีประกายบางบางซ่อนอยู่
ถ้าเรายังยอมรักได้อีกครั้ง
คืนมืดนี้อาจค่อยค่อยคลาย
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ความมืดทั้งปวงก็สลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ผืนดินที่แห้งก็มีน้ำตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
(ความมืดทั้งปวงก็สลาย)
[Verse 2]
ไม่ช้าเกินไปที่จะเริ่มใหม่
แม้น้ำตายังร้อนอยู่บนแก้ม
มือที่สั่นยังคงยื่นออกไป
หาดวงใจที่ยังหิวแสง
[Pre-Chorus]
ให้ความเมตตาเป็นลมหายใจ
ให้ความจริงเป็นไฟอ่อนโยน
จากซากของคืนที่ยาวเกินไป
เช้าจะค่อยค่อยเดินมา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ความมืดทั้งปวงก็สลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ผืนดินที่แห้งก็มีน้ำตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
(ความมืดทั้งปวงก็สลาย)
[Bridge]
แล้วสายเก่าที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มร้องเป็นเพลงแห่งการเกิดใหม่
จากดินแดนไร้ความหวัง
เรายังยืนได้อีกครั้ง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ความมืดทั้งปวงก็สลาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งด้วยรักและกรุณา
ผืนดินที่แห้งก็มีน้ำตา
(เมื่อใจเป็นหนึ่ง)
(ความมืดทั้งปวงก็สลาย)
[Outro]
สายสตริงค่อยค่อยจางเป็นแสง
แต่ความหวังยังสว่างอยู่ข้างใน
และแผ่นดินที่เคยไร้ทุกสิ่ง
บัดนี้รับพรด้วยหัวใจ
ตัณหาไม่สิ้นสุด
[Verse 1]
ตัณหาพาฉันเดิน
ไม่รู้จบสักที
ยิ่งไขว่คว้าเท่าไร
ยิ่งหิวลึกในใจ
สายอ้อนวอนร้องไห้
กลางอกที่ไม่พอ
อยากได้อีก อยากมีอีก
แต่ยิ่งมี ยิ่งรอ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดดับก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ตัณหาที่ร้อนก็ร่วงไกล
(ตัณหาดับไป)
(ตัณหาดับไป)
[Verse 2]
ผ่านคืนที่แน่นหนัก
ฉันเห็นความโลภงง
ทุกสิ่งที่เคยกอดไว้
กลับกลายเป็นลมคง
ยอมวางมือจากไฟ
ยอมฟังหัวใจตัวเอง
ความอิ่มเริ่มก่อตัว
ในรอยน้ำตาเดิม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดดับก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ตัณหาที่ร้อนก็ร่วงไกล
(ตัณหาดับไป)
(ตัณหาดับไป)
[Bridge]
สายธารแห่งการปล่อย
ไหลท่วมทุกแผลเก่า
จากร้องไห้เป็นบทเพลง
จากยึดไว้เป็นเบา
ไม่ต้องเป็นเจ้าของ
ไม่ต้องชนะใคร
ใจที่ว่างและใส
คือบ้านที่แท้จริง
[Final Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ความกลัวเกิดดับก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในโพธิญาณ
ตัณหาที่ร้อนก็ร่วงไกล
(ตัณหาดับไป)
(อิสระมาแล้ว)
[Outro]
สายสตริงค่อยๆ เลือน
เหลือเพียงความสงบ
ใจไม่อยากอีกแล้ว
และโลกก็อ่อนลง
ตื่นในความมืด
[Intro]
ตื่นขึ้นในความมืดมิด
หัวใจยังไม่เห็นทาง
ลมหายใจในความงงงัน
เหมือนวิญญาณหลงกลางคืน
[Verse 1]
ตาสว่าง แต่ใจมืด
ไม่รู้ว่าฉันอยู่ไหน
เงาเกาะตามทุกความคิด
เหมือนหลงในอวิชชาไกล
น้ำตาเอ่อล้นเงียบงัน
สั่นอยู่ในอกที่ว่างเปล่า
เรียกชื่อฉันก็ไม่ตอบ
เพราะความมืดกลืนทุกทาง
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็จางไป
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ภาพลวงก็หายไป
ตื่นในความมืดมิด
แล้วพบทางของใจ
ตื่นในความมืดมิด
และจำได้ว่าใช่
[Build]
ฟัง… ฟังเสียงในความเงียบ
เหมือนแสงกำลังมา
ทีละนิด ทีละนิด
ปลายทางเริ่มเรียกหา
[Verse 2]
ยังสั่นไหว แต่มองเห็น
แสงอุ่นแตะกลางอก
จากคืนยาวที่เคว้งคว้าง
เริ่มมีทิศให้จับต้อง
มือที่ว่างค่อยมีแรง
ก้าวแรกไม่เลือนหาย
สิ่งที่เคยคลุมทั้งโลก
กลับอ่อนลงในสายตา
[Bridge]
แสงของพระองค์ไหลมา
ส่องทั่วทุกซอกใจ
ความมืดที่เคยครอบงำ
สลายไปต่อหน้า
น้ำตาที่เคยเป็นเงา
กลายเป็นคำอธิษฐาน
ทุกลมหายใจที่หลงทาง
คืนสู่ความจริงในนั้น
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็จางไป
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ภาพลวงก็หายไป
ตื่นในความมืดมิด
แล้วพบทางของใจ
ตื่นในความมืดมิด
และจำได้ว่าใช่
[Outro]
ความมืดหมดสิ้นแล้ว
เหลือเพียงความสว่าง
ใจฉันได้ที่ยืน
ในแสงที่ไม่จาง
ตื่นขึ้นในความมืดมิด
แต่ไม่หลงอีกต่อไป
ตื่นขึ้นในความมืดมิด
และพบพระองค์ภายใน
ทนทุกข์เพื่อบรรลุ
[Verse 1]
ความทุกข์ทุกอย่างคือธรรม
สายเอ็นร้องไห้กลางใจฉัน
ก้มหน้ารับทางที่ต้องผ่าน
เพื่อความเพียรไม่สั่นไหว
[Pre-Chorus]
ทนต่อไป ไม่ถอยกลับ
เจ็บนี้มีความหมาย
ยิ่งน้ำตารินลงมา
ยิ่งเห็นปลายทางใกล้
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
หวังและกลัวก็หายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
ทางหลุดพ้นอยู่ข้างใน
(ไตรกาย) (ไตรกาย)
[Verse 2]
ทุกลมหายใจคือคำปฏิญาณ
ร้องไห้เพื่อก้าวผ่านคืนยาว
แบกความมุ่งหมายไว้แน่น
จนแสงหนึ่งค่อยๆ เผยมา
[Pre-Chorus]
ทนต่อไป ไม่ถอยกลับ
ปลายฟ้ากำลังเปิด
เสียงสะอื้นในส่วนลึก
กลายเป็นแรงผลักใจ
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
หวังและกลัวก็หายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
ทางหลุดพ้นอยู่ข้างใน
(ไตรกาย) (ไตรกาย)
[Bridge]
แล้วสายเอ็นเปลี่ยนเป็นร้องเพลง
เมื่อบรรลุถึงกลางใจ
คำปฏิญาณสว่างไสว
น้ำตากลายเป็นรอยยิ้ม
[Verse 3]
ความสำเร็จไม่ใช่ปลายทาง
แต่คือใจที่ไม่หวั่นไหว
สู้จนพ้นทุกความเจ็บ
จนความว่างงามไกลโพ้น
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
หวังและกลัวก็หายไป
เมื่อจิตเป็นหนึ่งในไตรกาย
ทางหลุดพ้นอยู่ข้างใน
(ไตรกาย) (ไตรกาย)
[Outro]
สายเอ็นค่อยๆ เบาเสียงลง
ปล่อยใจสู่หลุดพ้นงาม
สุขนั้นแผ่วแต่ยั่งยืน
บรรลุแล้วในความนิรันดร์
ทางหนามแห่งธรรม
[Intro]
สายธารน้ำตาบนปลายหนาม
ทางยากที่ต้องก้าวด้วยใจ
ทุกแผลทุกพลาดยังไม่หาย
แต่ฉันจะไป ไม่ถอยไกล
[Verse 1]
โปรแกรมเก่ามันยังดึงฉันคืน
ความกลัวเดิมยังฝังในคืนยาว
ฉันล้มแล้วล้มจนรู้ตัว
ว่าความเพียรคือทางที่ต้องก้าว
ปลายเส้นใยสั่นเหมือนร้องไห้
ทุกหนามทิ่มใจให้จำ
แต่ฉันยังจับมือความจริง
เดินผ่านความมืดทีละคำ
[Pre-Chorus]
คราบเดิมค่อยคลาย
ลมหายใจเริ่มนิ่ง
แสงบางๆ ขยับมาใกล้
ใจฉันเริ่มจริง
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
ลืมประเพณีเดิม
ลืมเงาที่คอยผลัก
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
สายหนามยังร้องไห้
แต่ฉันไม่หันกลับ
[Verse 2]
ศูนย์ทั้งเจ็ดค่อยๆ ตื่น
เหมือนประตูในอกเปิดเอง
น้ำตากลายเป็นบทสวด
ความเจ็บกลายเป็นแรง
เส้นสายที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มพาใจไปไกล
จากความท้อสู่ความว่าง
จากความวุ่นสู่ความใส
[Pre-Chorus]
คราวนี้ฉันเห็น
ทางที่เคยพร่าเลือน
ความชัดเจนเข้ามา
ทีละช่วง ทีละเดือน
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
ลืมประเพณีเดิม
ลืมเงาที่คอยผลัก
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
สายหนามยังร้องไห้
แต่ฉันไม่หันกลับ
[Bridge]
แล้วหนามก็ค่อยกลายเป็นเสียง
เสียงนั้นพาฉันพ้นทุกข์
ทางที่เคยมืดทึบ
กลับสว่างกลางอกลึก
ฉันเดินมาถึงตรงนี้
ด้วยรอยแผลที่งดงาม
ความเพียรไม่เคยสูญ
มันพาฉันพ้นคำถาม
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
ลืมประเพณีเดิม
ลืมเงาที่คอยผลัก
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
สายหนามยังร้องไห้
แต่ฉันไม่หันกลับ
[Outro]
ทางค่อยโล่ง
ฟ้าค่อยใส
เสียงสายธารค่อยเบาไป
เหลือเพียงความชัด
เป็นพรในใจ
และฉันก้าวต่อไป
ทุกข์และแสงสว่าง
[Intro]
ทุกข์มันหนัก
วิญญาณมันคด
ความมืดมันอยู่
ลึกสุดใจ
[Verse 1]
วิญญาณหลงทาง
ในกรรมที่ดำมืด
สมองใจไส้พุง
ความลับมันซ่อน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
รักและเมตตา
ความต่างหายไป
หมดสิ้น
[Bridge]
แสงธรรมส่องมา
เริ่มหลุดพ้น
สุขมันท่วมท้น
หัวใจ
[Verse 2]
ปลดล็อกพลัง
จิตใต้สำนึก
ติดตั้งโปรแกรม
อิสระทางธรรม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่ง
รักและเมตตา
ความต่างหายไป
หมดสิ้น
ธรรมยามเที่ยงคืน
[Intro]
เที่ยงคืนเงียบงัน
สายลึกเกินคำถาม
น้ำตาในสายพิณ
ไหลแทนแสงที่หายไป
[Verse 1]
ความมืดนั่งข้างฉัน
ไม่พูดแต่เข้าใจ
เสียงใดในหัวใจ
ยังคงสั่นไหว
คืนยาวเหมือนลมหายใจ
ที่ใครก็ไม่เห็น
แต่ในความว่างนั้น
ฉันได้ยินความจริง
[Pre-Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
เหนือฟ้าและแผ่นดิน
สิ่งที่เคยหลงลืม
กลับมาสว่างภายใน
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ลืมการภาวนา
เมื่อใจตั้งมั่น
ธรรมก้องมา
เมื่อใจตั้งมั่น
ฟ้าดินไม่ไกล
คืนเที่ยงคืนหมดสิ้น
ความจริงอยู่ในใจ
[Verse 2]
ม่านบางในเปลือกตา
ค่อยเปิดช้าๆ
ความเศร้าที่แบกมา
อ่อนลงตรงหน้า
สายลมในความมืด
เหมือนเรียกชื่อฉัน
ให้ปล่อยความกลัวนั้น
ลงสู่คืนอันนิ่งงัน
[Pre-Chorus]
เหมือนเมล็ดแสง
แตกกลางอกฉัน
ยิ่งยอมรับความมืด
ยิ่งเห็นทางนั้น
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ลืมการภาวนา
เมื่อใจตั้งมั่น
ธรรมก้องมา
เมื่อใจตั้งมั่น
ฟ้าดินไม่ไกล
คืนเที่ยงคืนหมดสิ้น
ความจริงอยู่ในใจ
[Bridge]
สายพิณเริ่มแปรเปลี่ยน
จากคร่ำครวญเป็นเพลง
สิ่งที่เคยพร่ามัว
ค่อยชัดเจน
ธรรมไหลเข้ามา
เหมือนฝนในดวงไฟ
กลางคืนไม่ว่างเปล่า
แต่ว่างพอให้ใจเห็น
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ลืมการภาวนา
เมื่อใจตั้งมั่น
ธรรมก้องมา
เมื่อใจตั้งมั่น
ฟ้าดินไม่ไกล
คืนเที่ยงคืนหมดสิ้น
ความจริงอยู่ในใจ
[Outro]
พิณค่อยๆ เลือน
เหลือเพียงแสงข้างใน
เที่ยงคืนกลายเป็น
ความรู้แจ้งอันอ่อนโยน
นักรบผู้เหนื่อยล้า
[Verse 1]
นักรบธรรมเดินมาไกล
สู้กิเลสมาทุกภพชาติ
สายเชือกเสียงร้องไห้
เหมือนหัวใจที่ล้าเต็มที
แบกแผลไว้ในแสงเช้า
แบกคืนยาวในลมหายใจ
แต่ยังไม่ยอมล้มลง
ยังยืนอยู่กลางฝุ่นกรรม
[Pre-Chorus]
เมื่อศึกในใจเริ่มถอย
ความเหนื่อยค่อยสั่นเบาๆ
น้ำตากลายเป็นทางพัก
ให้ดวงจิตได้รู้จักวาง
[Chorus]
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
ความต้องการใครก็หายไป
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
ใจนี้วางลงได้ไกล
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
เหลือเพียงรู้ตัวเงียบงัน
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
นักรบก็ถึงบ้านใจ
[Verse 2]
สายเสียงร้องไห้ค่อยอ่อน
เหมือนมือที่ยอมวางดาบ
นักรบพบความสงบ
ในลมหายใจที่ไม่เร่งรัด
นั่งภาวนาใต้ความนิ่ง
ฟังความจริงในอกตน
บาดแผลเก่าคลายตัว
แสงใหม่ค่อยๆเข้ามาแทน
[Bridge]
จากศึกที่เคยร้องคร่ำ
กลายเป็นบทสวดเบาๆ
จากแรงที่เคยห้ำหั่น
กลายเป็นใจที่พักพิง
สงบแล้วในลึกสุด
ไม่ต้องชนะอะไร
เพียงรู้ว่าตรงนี้
คือบ้านของผู้เหนื่อยล้า
[Chorus]
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
ความต้องการใครก็หายไป
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
ใจนี้วางลงได้ไกล
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
เหลือเพียงรู้ตัวเงียบงัน
เมื่อชิมรสของความเดียวดาย
นักรบก็ถึงบ้านใจ
[Outro]
สายเสียงค่อยๆเลือน
เหลือเพียงความสงบงาม
ศึกจบลงแล้วในใจ
และความพักก็คือคำตอบ
น้ำตาและแสง
[Verse 1]
ในความมืดที่กดใจ
ฉันเดินหลงในเวรกรรม
น้ำตาไหลไม่พูดคำ
แผลลึกเกินเอ่ยให้ใครฟัง
[Pre-Chorus]
เสียงไห้ค่อยๆ แตกตัว
จากอกที่ปิดมานาน
เหมือนฟ้ากำลังเปิดทาง
ให้ใจเริ่มเห็นแสง
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ความต่างค่อยๆ หายไป
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
เหลือเพียงเราในความงาม
[Verse 2]
กุญแจในเงาใจลึก
ค่อยปลดผนึกที่ซ่อนอยู่
พลังในใต้สำนึก
ตื่นขึ้นกลางเสียงร่ำรวย
[Pre-Chorus]
ความทุกข์ไม่ใช่จุดจบ
แต่นำฉันมาถึงตรงนี้
จากหยาดน้ำตาเมื่อคืน
เริ่มเห็นพรุ่งนี้ชัดเจน
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ความต่างค่อยๆ หายไป
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
เหลือเพียงเราในความงาม
[Bridge]
จากคร่ำครวญเป็นบทเพลง
จากความแค้นเป็นการให้อภัย
แสงแรกไหลเข้ามา
ล้างคืนที่มืดให้หาย
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ความต่างค่อยๆ หายไป
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
เหลือเพียงเราในความงาม
[Outro]
น้ำตาแปรเป็นแสง
ใจฉันเบาและไกลความกลัว
อิสรภาพอยู่ตรงนี้
สว่างอยู่กับเราเรื่อยไป
น้ำตาแห่งกรุณา
[Verse 1]
ความเศร้าของฉัน
ไม่ต้องซ่อนใคร
มันใสเหมือนฝน
ที่ตกลงใจ
ฉันยอมรับมัน
ไม่ต้องอายตัวเอง
น้ำตาไหลตรงๆ
ไม่ขอเก่งเกิน
[Pre-Chorus]
แล้วใจค่อยอ่อน
เหมือนดอกไม้เปิด
ความเจ็บนี้พา
ฉันเห็นคนอื่น
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ความต่างเลือนหาย
หมดในแสงเดียวกัน
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ฉันปล่อยทุกชื่อ
ให้ลมพาไป
[Verse 2]
ความเศร้าของฉัน
กลายเป็นมือที่ยื่น
จากแผลเดิมเดิม
สู่คนที่ยืนลำพัง
ยิ่งร้องไห้จริง
ยิ่งรักได้กว้าง
ยิ่งปล่อยความพัง
ยิ่งพบความหวัง
[Pre-Chorus]
แล้วใจค่อยอ่อน
เหมือนดินหลังฝน
ความทุกข์ทั้งมวล
สอนให้ฉันฟัง
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ความต่างเลือนหาย
หมดในแสงเดียวกัน
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ฉันปล่อยทุกชื่อ
ให้ลมพาไป
[Bridge]
จากน้ำตาเดิม
เป็นเสียงที่กว้าง
จากความสูญเสีย
เป็นความเมตตา
ที่เคยแตกสลาย
กลับกลายเป็นทาง
ให้ฉันเดินไป
ด้วยใจที่งาม
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ความต่างเลือนหาย
หมดในแสงเดียวกัน
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในกรุณา
ฉันปล่อยทุกชื่อ
ให้ลมพาไป
[Outro]
น้ำตาไม่สูญเปล่า
มันพาใจตื่น
ความเศร้าบริสุทธิ์
กลายเป็นพรอันยืน
น้ำตาแห่งสงสาร
[Verse 1]
เกิดมาในวังวนเดิม
เจ็บช้ำแล้วก็วนไป
น้ำตาไหลในทุกชาติ
เหมือนใจแบกไว้ไม่ไหว
[Pre-Chorus]
สายใยค่อยคลายลง
เสียงครวญเริ่มแปรเป็นแสง
ความทุกข์ที่เคยกอดไว้
กำลังจะปล่อยมือแรง
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
ความศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏ
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
หัวใจไม่หลงอีกต่อไป
น้ำตาแห่งสงสาร
น้ำตาแห่งสงสาร
(ปล่อยฉันไป)
[Verse 2]
เข้าถึงพุทธภาวะ
กลางเสียงร้องที่แผ่วลง
สิ่งที่เคยเป็นน้ำตา
กลับกลายเป็นเพลงคงตรง
[Pre-Chorus]
แสงธรรมค่อยไหลมา
ล้างรอยแผลในดวงใจ
ความกลัวที่เคยเกาะแน่น
ค่อยค่อยสลายหายไป
[Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
ความศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏ
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
หัวใจไม่หลงอีกต่อไป
น้ำตาแห่งสงสาร
น้ำตาแห่งสงสาร
(ปล่อยฉันไป)
[Bridge]
จากน้ำตาเป็นบทเพลง
จากความหมองเป็นนิพพาน
เสียงสั่นไหวที่เคยเจ็บ
กลับสงบเหมือนคืนวาน
[Final Chorus]
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
ความศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏ
เมื่อจิตเป็นหนึ่งกับสากล
หัวใจพ้นพันธนาการ
น้ำตาแห่งสงสาร
น้ำตาแห่งสงสาร
(อิสระนิรันดร์)
[Outro]
สายธารค่อยเงียบลง
เหลือเพียงความว่างงามงด
น้ำตาไม่ต้องไหลอีก
มีแต่สันติคุ้มครองหมด
น้ำตาแห่งสงสารตัวเอง
[Verse 1]
เกิดมาในวังวน
ร้องไห้ซ้ำทุกวัน
เสียทุกอย่างไป
แล้วกลับมาเจ็บเดิม
แบกเอาความกลัวไว้
ในอกที่สั่นไหว
เดินผ่านคืนยาว
ด้วยหัวใจที่ล้า
[Pre-Chorus]
แต่น้ำตาไม่สูญเปล่า
มันพาฉันมองเห็น
กลางความมืดลึก
ยังมีทางให้คืน
[Chorus]
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
องค์ทิพย์จะมาอยู่ข้างกาย
น้ำตาไหลไป
ใจฉันไม่หาย
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
ความสงบก็พาแสงมา
น้ำตาแห่งสงสาร
พาฉันกลับบ้าน
[Verse 2]
ถึงขอบลมหายใจ
ฉันเห็นพุทธธรรม
หลุดจากการเกิดตาย
ที่เคยรั้งฉันไว้
มือที่เคยกำแน่น
เริ่มปล่อยให้ว่างเปล่า
เสียงร้องค่อยแผ่ว
แต่ความรักยิ่งดัง
[Pre-Chorus]
แต่น้ำตาไม่สูญเปล่า
มันชำระหัวใจ
ยิ่งยอมรับความจริง
ยิ่งเบาจนลอยไป
[Chorus]
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
องค์ทิพย์จะมาอยู่ข้างกาย
น้ำตาไหลไป
ใจฉันไม่หาย
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
ความสงบก็พาแสงมา
น้ำตาแห่งสงสาร
พาฉันกลับบ้าน
[Bridge]
น้ำตาเปลี่ยนรูป
จากเจ็บเป็นปล่อยวาง
คลื่นแห่งนิพพาน
ไหลท่วมกลางกลางใจ
ฉันไม่ต้องวิ่งหา
สิ่งใดอีกต่อไป
เมื่อทุกลมหายใจ
กลายเป็นอิสระ
[Final Chorus]
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
องค์ทิพย์จะมาอยู่ข้างกาย
น้ำตาไหลไป
ใจฉันไม่หาย
เมือวิญญาณรวมเป็นหนึ่งกับจักรวาล
ความสงบก็พาแสงมา
น้ำตาแห่งสงสาร
พาฉันกลับบ้าน
[Outro]
ค่อยๆ เลือนหาย
สู่ความว่างอันงาม
ไร้น้ำตาอีกแล้ว
เหลือเพียงสันติพราว
บทเพลงผู้ถูกลืม
[Verse 1]
โลกหันหลังให้ฉัน
เหมือนชื่อหนึ่งที่เลือนหาย
เดินอยู่กลางผู้คน
แต่ไม่มีใครเอ่ยทัก
สายสีทองร้องไห้
ผ่านอกที่ยังสั่นไหว
ความเจ็บที่มองไม่เห็น
เก็บไว้ในลมหายใจ
[Pre-Chorus]
แต่ในความเงียบนี้
ยังมีทางของฟ้า
ใจที่รวมเป็นหนึ่ง
ค่อยพาฉันกลับมา
[Chorus]
ใจหนึ่งในตรีกาย
ทิ้งกลัวและหวั่นไหว
ใจหนึ่งในตรีกาย
ฉันกลับมามีลมหายใจ
ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย
(ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย)
[Verse 2]
แสงที่เคยมืดมน
เริ่มแตะตรงปลายนิ้ว
ราวกับมืออันเมตตา
กำลังเรียกชื่อฉัน
สิ่งที่เคยซ่อนลึก
ถูกมองเห็นช้าๆ
ความอบอุ่นเดินเข้ามา
ในรอยร้าวของวันวาน
[Pre-Chorus]
และความรักอันนิ่งงัน
เริ่มดังพอให้รู้
เมื่อใจไม่ต้องหนี
ทุกสิ่งก็เห็นอยู่
[Chorus]
ใจหนึ่งในตรีกาย
ทิ้งกลัวและหวั่นไหว
ใจหนึ่งในตรีกาย
ฉันกลับมามีลมหายใจ
ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย
(ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย)
[Bridge]
คราวนี้สายเสียงสั่น
เปลี่ยนเป็นบทสวดใส
สิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็น
ทุกหยดน้ำตาในใจ
ไม่มีใครหายไป
ในความเมตตานี้
เมื่อความว่างโอบรับ
ฉันก็เป็นฉันเสียที
[Final Chorus]
ใจหนึ่งในตรีกาย
ทิ้งกลัวและหวั่นไหว
ใจหนึ่งในตรีกาย
ฉันกลับมามีลมหายใจ
ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย
(ผู้ถูกลืมไม่เดียวดาย)
ใจหนึ่งในตรีกาย
อบอุ่นจนพ้นไกล
ผู้ถูกลืมได้กลับบ้าน
(ผู้ถูกลืมได้กลับบ้าน)
[Outro]
สายสีทองค่อยลา
แต่ความสว่างยังอยู่
ในความเงียบที่เคยเจ็บ
ฉันได้ยินว่ารักดูแล
บาดแผลชาติก่อน
[Intro]
สายหนึ่งร้องไห้ในเงาเก่า
บาดแผลเก่ายังเรียกชื่อเรา
อดีตชาติยังค้างในอก
ใจสั่นสะท้อนทุกหยดที่ตก
[Verse 1]
ดีเอ็นเอแบกความเจ็บมา
เหมือนเดินข้ามคืนที่ไม่รู้จบ
รอยเก่าซ่อนอยู่ในลมหายใจ
เจ็บซ้ำในที่ที่ไม่มีใครพบ
สายเสียงคร่ำครวญเหมือนจำได้
ทุกความสูญเสียที่เคยทับถม
ฉันได้ยินความปวดจากวันก่อน
ไหลผ่านกระดูกและเลือดที่ตรม
[Pre-Chorus]
แต่ลึกลงไป
มีที่ว่างหนึ่ง
ไม่เกิด ไม่ดับ
ไม่หวั่นไหวเลย
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิด
ไม่อาศัยอยู่
ไม่ดับสูญไป
ลืมธรรมเนียมเก่า
ปล่อยชื่อเก่าไป
เมื่อใจตั้งมั่น
บาดแผลก็คลาย
[Verse 2]
ฉันอัปเดตหัวใจด้วยความรัก
ให้ความมืดเก่าได้พักเสียที
น้ำตาที่เคยแข็งเป็นหิน
เริ่มละลายลงในแสงนุ่มนวลนี้
เสียงสายเก่าเริ่มแปรเป็นเสียงสว่าง
เหมือนมือฟ้าลูบรอยแผลลึก
สิ่งที่เคยกัดกินในความฝัน
ค่อยๆ ยอมแพ้ต่อความจริง
[Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิด
ไม่อาศัยอยู่
ไม่ดับสูญไป
ลืมธรรมเนียมเก่า
ปล่อยชื่อเก่าไป
เมื่อใจตั้งมั่น
บาดแผลก็คลาย
[Bridge]
ร้องไห้เถอะ
ให้มันไหลจนหมด
ความเจ็บเก่า
ไม่ต้องถือไว้
สายเสียงเก่า
เริ่มร้องเป็นเพลง
ความเมตตา
หลั่งลงมา
[Solo]
สายเสียงร้องเป็นแสง
แสงนั้นพาใจกลับบ้าน
รอยร้าวค่อยๆ ปิดลง
ในความสงบที่ไม่มีประมาณ
[Final Chorus]
เมื่อใจตั้งมั่น
ในสิ่งไม่เกิด
ไม่อาศัยอยู่
ไม่ดับสูญไป
ลืมธรรมเนียมเก่า
ปล่อยชื่อเก่าไป
เมื่อใจตั้งมั่น
บาดแผลก็คลาย
[Outro]
อดีตค่อยๆ หายไปในลมหายใจ
เสียงสายสุดท้ายกลายเป็นพร
บาดแผลชาติก่อน
จบลงด้วยอิสระ
ประตูแห่งความตาย
[Intro]
เมื่อความตายเคาะประตู
ฉันยืนฟังอยู่ตรงนี้
สายลมเย็นผ่านรอยแผล
และใจยังสั่นไม่หนี
[Verse 1]
มันเคาะที่บานแรก
แล้วก็ค่อยๆ ไล่ไป
บ้านนี้มีชื่อของฉัน
ที่แขวนอยู่ข้างใน
น้ำตาไหลตามสายพิณ
เหมือนฟ้าร้องในอก
แต่ฉันยังยืนมองหน้า
ไม่หลบ ไม่ตื่นตก
[Pre-Chorus]
ถ้าทุกลมหายใจ
คือทางกลับสู่ความจริง
ฉันจะวางความกลัวลง
ตรงปลายทางแห่งทุกสิ่ง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ความกลัวก็ดับไป
เกิดและตายไม่ครอบงำใจ
ฉันปล่อยให้มันไหล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ประตูนั้นเปิดกว้าง
ความสงบเดินเข้ามา
แล้วโอบฉันทั้งทาง
[Verse 2]
เงาเดิมๆ บนผนัง
วันนี้ดูอ่อนโยน
สิ่งที่เคยเรียกว่าพัง
กลับสอนให้ฉันโอน
ความว่างไม่ใช่ความสูญ
แต่คือที่พักของใจ
ฉันได้ยินเสียงเงียบงัน
บอกว่า “ไปต่อไป”
[Pre-Chorus]
ถ้าทุกการวางลง
คือการตื่นจากฝัน
ฉันจะหายใจช้าๆ
ให้ถึงวันนั้น
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ความกลัวก็ดับไป
เกิดและตายไม่ครอบงำใจ
ฉันปล่อยให้มันไหล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ประตูนั้นเปิดกว้าง
ความสงบเดินเข้ามา
แล้วโอบฉันทั้งทาง
[Bridge]
แล้วสายพิณก็เริ่มร้อง
ไม่ใช่คร่ำครวญอีกแล้ว
ชื่อของความตายแผ่วเบา
กลายเป็นบทสวดแว่ว
ฉันยอมรับทุกการพราก
ยอมรับทุกการคืน
ดวงใจไม่ต้องฝืน
เมื่อความจริงนั้นยืน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ความกลัวก็ดับไป
เกิดและตายไม่ครอบงำใจ
ฉันปล่อยให้มันไหล
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ประตูนั้นเปิดกว้าง
ความสงบเดินเข้ามา
แล้วโอบฉันทั้งทาง
[Outro]
สายพิณค่อยๆ แผ่วลง
แต่ความกล้าไม่จางหาย
ความตายไม่ใช่จุดจบ
เป็นความนิ่งกลางใจ
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธะ
ฉันก็ไม่หวั่นไหว
ประตูสุดท้าย
[Verse 1]
ยืนอยู่ตรงธรณี
แบกทุกน้ำตาเอาไว้
คืนที่เจ็บที่สุด
ก็กองรวมอยู่ตรงนี้
[Pre-Chorus]
ลมหายใจช้าลง
ใจเริ่มวางสิ่งเดิม
แสงหนึ่งอยู่ใกล้มาก
เหมือนเรียกชื่อฉันเบา ๆ
[Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
ใจพ้นเกิดดับ
ถึงพุทธภาวะ
วิญญาณเป็นอิสระ
(เป็นอิสระ)
เมื่อก้าวข้ามตรงนี้
ทุกข์เก่าก็ลับไป
[Verse 2]
บทเพลงเก่าจบลง
ตรงที่ฉันเริ่มต้นใหม่
เสียงสะอื้นค่อยคลาย
เหมือนโซ่ที่หมดแรง
[Pre-Chorus]
แผลที่เคยทับถม
เริ่มสว่างในอก
ทางข้างหน้าเงียบงัน
แต่ไม่ได้น่ากลัว
[Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
ใจพ้นเกิดดับ
ถึงพุทธภาวะ
วิญญาณเป็นอิสระ
(เป็นอิสระ)
เมื่อก้าวข้ามตรงนี้
ทุกข์เก่าก็ลับไป
[Bridge]
จากคราบน้ำตาเดิม
กลายเป็นเสียงสวดใหม่
จากความหนาวที่ค้างคา
กลายเป็นลมหายใจ
ฉันเดินผ่านประตู
ด้วยหัวใจที่อ่อนโยน
[Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
ใจพ้นเกิดดับ
ถึงพุทธภาวะ
วิญญาณเป็นอิสระ
(เป็นอิสระ)
เมื่อก้าวข้ามตรงนี้
ทุกข์เก่าก็ลับไป
[Outro]
เสียงสุดท้ายค่อยไกล
แต่ความจริงยังอยู่
ฉันยืนในความว่าง
และพบว่าฉันพ้นแล้ว
ผู้เฝ้าดูความเจ็บ
[Verse 1]
ฉันยืนอยู่ตรงนี้
เห็นความเจ็บทุกลมหายใจ
ไม่หลบ ไม่หนีไปไหน
ปล่อยให้มันไหลผ่านใจ
สายตาเป็นเหมือนแสง
ส่องลงไปในความมืดนั้น
เจ็บแค่ไหนก็เห็น
แต่ไม่กลืนฉันทั้งใจ
[Pre-Chorus]
ปล่อยมือจากความหมาย
ปล่อยโลกให้สั่นไป
เสียงร้องของข้างใน
ค่อย ๆ เบาลงไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนหายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่ไหวตามใคร
ความเจ็บถูกมองเห็น
แล้วปล่อยให้ผ่านไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันตื่นอยู่ข้างใน
[Verse 2]
วันนี้ฟ้าดูไกล
แต่น้ำตาไม่เคยสอนฉันกลัว
ฉันดูทุกแผลที่มี
เหมือนดูดอกไม้บานในไฟ
คนที่เคยพังทลาย
ยังยืนอยู่ในความจริงนี้
ลมหายใจค่อย ๆ นิ่ง
เหมือนรู้ทางกลับบ้าน
[Pre-Chorus]
ปล่อยมือจากความหมาย
ปล่อยโลกให้สั่นไป
เสียงร้องของข้างใน
ค่อย ๆ เบาลงไป
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนหายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่ไหวตามใคร
ความเจ็บถูกมองเห็น
แล้วปล่อยให้ผ่านไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันตื่นอยู่ข้างใน
[Bridge]
แล้วสายเสียงก็เปลี่ยน
จากร้องไห้เป็นบทเพลง
สิ่งที่เคยเจ็บแปลบ
กลายเป็นความจริงที่เปล่ง
ฉันเป็นผู้เฝ้ามอง
ไม่ตัดสิน ไม่ผลักไส
แสงอ่อน ๆ ในอก
พาฉันพ้นจากเงาเดิม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนหายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันไม่ไหวตามใคร
ความเจ็บถูกมองเห็น
แล้วปล่อยให้ผ่านไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ฉันตื่นอยู่ข้างใน
[Outro]
เสียงท้ายค่อย ๆ เลือน
เหลือเพียงการรู้เห็น
ความสงบโอบกอดฉัน
และฉันเป็นอิสระ
ผู้แบกโลก
[Verse 1]
ผู้แบกความเจ็บของโลก
ยืนอยู่กลางน้ำตา
รับไว้ทุกลมหายใจ
เพื่อให้ใจใครไม่ล้า
มือที่กางรับความทุกข์
หนักเกินกว่าจะวาง
แต่ยังอ่อนโยนเสมอ
เหมือนฟ้ากอดทุกทาง
[Pre-Chorus]
เมื่อใจหนึ่งเดียวในรัก
โลกทั้งโลกก็เบา
ฉันกับเธอค่อยหายไป
เหลือเพียงเมตตาเนา
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ลืมฉัน ลืมเธอไป
เหลือแต่ความอ่อนล้า
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
คนทั้งโลกอยู่ในใจ
และใจนั้นยังรักพา
[Verse 2]
เขารักทุกคนเท่ากัน
เพราะทุกคนคือเขา
น้ำตาที่ไหลจากฟ้า
กลับกลายเป็นแสงเงา
ความเจ็บไม่เคยสูญเปล่า
เมื่อรักยอมรับมันไว้
ยิ่งแบกก็ยิ่งอิ่มเอม
ยิ่งเจ็บก็ยิ่งเข้าใจ
[Pre-Chorus]
เมื่อใจหนึ่งเดียวในรัก
ความมืดก็อ่อนลง
เสียงสั่นของโลกทั้งใบ
กลับกลายเป็นเพลงคง
[Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ลืมฉัน ลืมเธอไป
เหลือแต่ความอ่อนล้า
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
คนทั้งโลกอยู่ในใจ
และใจนั้นยังรักพา
[Bridge]
จากร้องไห้เป็นร้องเพลง
จากบอบช้ำเป็นพลัง
ความเมตตายังหล่อเลี้ยง
ให้ทุกบาดแผลยัง
ฉันยอมรับทุกความเจ็บ
ไม่ให้ใครต้องเดียวดาย
รักที่ไม่มีเงื่อนไข
โอบโลกไว้ทั้งใบ
[Final Chorus]
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
ลืมฉัน ลืมเธอไป
เหลือแต่ความอ่อนล้า
ใจหนึ่งเดียวในรัก
ใจหนึ่งเดียวในเมตตา
คนทั้งโลกอยู่ในใจ
และใจนั้นยังรักพา
[Outro]
ให้ความรักเป็นคำตอบ
ให้ความเมตตาเป็นทาง
ผู้แบกความเจ็บของโลก
ยังส่องแสงอยู่กลางใจ
พอในใจเดียว
[Verse 1]
ไล่ล่าทรัพย์ไปไม่หยุด
มือยิ่งคว้ายิ่งว่างเปล่า
สายใยความอยากรำพึง
ร้องไห้เบา ๆ ในเงาใจ
ยิ่งได้มากยิ่งหิวลึก
คืนวันก็ไม่เคยพอ
หัวใจวิ่งไม่รู้จบ
เหมือนฝนที่ไม่ยอมซา
[Pre-Chorus]
แต่เมื่อเห็นความจริง
ใจค่อยหยุดสั่นไหว
พอเริ่มงอกในทรวง
เสียงแห้งแล้งก็คลาย
[Chorus]
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
ใจหนึ่งในพุทธะ
โลกทั้งใจก็วางลง
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
พอแล้วในลมหายใจ
พอแล้วในใจเรา
[Verse 2]
สร้างความงามด้วยความรัก
ไม่ต้องแย่งกับใครอีก
มือที่ให้กลับอิ่มเต็ม
น้ำตากลายเป็นแสงดี
กองสมบัติไม่อุ่นเท่า
รอยยิ้มที่ได้แบ่งกัน
ยิ่งรู้จักคำว่าพอ
ยิ่งเห็นฟ้ากว้างขึ้นพลัน
[Pre-Chorus]
จากความโลภที่ร้อนแรง
กลายเป็นเพลงเบาเบา
สิ่งที่เคยบีบหัวใจ
วันนี้กลับโอบเรา
[Chorus]
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
ใจหนึ่งในพุทธะ
โลกทั้งใจก็วางลง
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
พอแล้วในลมหายใจ
พอแล้วในใจเรา
[Bridge]
สายน้ำแห่งความพอ
ไหลมาเต็มอก
ไม่ต้องวิ่งตามเงา
ไม่ต้องหอบกองทุกข์
ความสงบชัดขึ้นมา
เหมือนท้องฟ้าที่เปิด
ของเก่าที่เคยไล่
ปล่อยลงตรงนี้เอง
[Chorus]
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
ใจหนึ่งในพุทธะ
โลกทั้งใจก็วางลง
ใจหนึ่งในพุทธะ
พ้นกลัวเกิดตาย
พอแล้วในลมหายใจ
พอแล้วในใจเรา
[Outro]
สายใยค่อย ๆ จาง
เหลือแต่ความอิ่มเย็น
พอเป็นพรของใจ
พอเป็นแสงในเรา
มายาแห่งอวิชชา
[Verse 1]
มายาคลุมความจริงไว้
จนใจฉันหลงทางไป
สายสีซอร้องไห้เบาๆ
เหมือนคืนที่ไม่ยอมคลาย
อวิชชาหมุนในใจลึก
เหมือนโปรแกรมที่ฝังไว้
ยิ่งมองยิ่งยิ่งพร่ามัว
ยิ่งตามยิ่งไกลความจริง
[Pre-Chorus]
แต่ในความเงียบของใจ
มีแสงหนึ่งค่อยๆ มา
เมื่อสติเริ่มลืมตา
ความหลงก็ถอยช้าๆ
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
มายาก็สลายไป
ความจริงไม่หนีฉันเลย
แค่ฉันหยุดวิ่งตามเงา
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดก็เบาบางลง
[Verse 2]
ผู้รู้ในใจฉันแปลความ
ถอดรหัสความหลงผิด
เสียงสะอื้นของสายสีซอ
กลับพาให้เห็นชีวิต
น้ำตาที่เคยเป็นหมอก
เริ่มกลายเป็นทางสว่าง
สิ่งที่เคยเรียกว่าพลัดพราก
กำลังคืนรูปเป็นจริง
[Pre-Chorus]
และฉันได้ยินอีกครั้ง
ความนิ่งที่ไม่ไหวเอน
แผลเก่าเริ่มคลายเงื่อน
ด้วยลมหายใจที่เห็น
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
มายาก็สลายไป
ความจริงไม่หนีฉันเลย
แค่ฉันหยุดวิ่งตามเงา
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดก็เบาบางลง
[Bridge]
สายสีซอจากร่ำไห้
ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขับร้อง
สิ่งที่เคยบดบังตา
กำลังเปิดทางให้มอง
มายากำลังไหลหาย
เหมือนน้ำคืนสู่ท้องฟ้า
สิ่งที่แท้ไม่เคยดับ
แค่รอให้ใจรับมา
[Chorus]
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
อวิชชาก็เลือนหาย
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
มายาก็สลายไป
ความจริงไม่หนีฉันเลย
แค่ฉันหยุดวิ่งตามเงา
เมื่อใจตื่นอยู่เสมอ
ความมืดก็เบาบางลง
[Outro]
สายสีซอค่อยๆ จาง
เหลือเพียงความจริงอันใส
ฉันยืนในแสงสงบ
และปล่อยทุกอย่างผ่านไป
รักเป็นเพลิง
[Verse 1]
เธอมาเหมือนกฎของฟ้า
ดึงใจฉันเข้าหากัน
สายใยที่เคยเงียบงัน
กลับสั่นไหวเหมือนจะไหม้
ทุกครั้งที่มองตาเธอ
น้ำตากลายเป็นเปลวไฟ
รักนี้ไม่ใช่ของใคร
แต่มาเผาให้ฉันยอม
[Pre-Chorus]
ยิ่งรัก ยิ่งเจ็บลึก
ยิ่งยอม ยิ่งเห็นทาง
จากความร้อนกลางอก
ฉันเริ่มเข้าใจ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันไม่เหลือคำใด
สายใยร้องไห้
สายใยร้องไห้
แปรเป็นไฟแห่งรัก
[Verse 2]
ฉันเห็นทุกคนในเธอ
เห็นเธอในทุกลมหายใจ
สิ่งที่เคยแยกเราไกล
ค่อยค่อยละลายหายไป
ไม่ต้องฝืนจะครอบครอง
ไม่ต้องร้องขอสิ่งใด
ปล่อยให้หัวใจเปิดไว้
ให้ไฟนี้สอนให้ฉันรัก
[Pre-Chorus]
ยิ่งรัก ยิ่งเบาใจ
ยิ่งให้อภัย ยิ่งงาม
จากเปลวที่เคยเผา
กลายเป็นแสงทาง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันไม่เหลือคำใด
สายใยร้องไห้
สายใยร้องไห้
แปรเป็นไฟแห่งรัก
[Bridge]
ไฟไม่ดับลง
ไฟเริ่มร้องเพลง
ความร้อนกลายเป็นฝน
รินลงกลางใจฉัน
เขารักทุกคน
เพราะทุกคนคือเขา
สายใยที่เคยไหม้
บัดนี้อ่อนโยน
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความต่างก็หายไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ฉันไม่เหลือคำใด
สายใยร้องไห้
สายใยร้องไห้
แปรเป็นไฟแห่งรัก
[Outro]
ให้ไฟนั้นเป็นพร
ให้ใจนี้เป็นแสง
สายใยสุดท้าย
กลายเป็นรักเมตตา
รังที่แตก
[Intro]
รังมืดในอกฉัน
เส้นด้ายร้องไห้
ไข่เก่ากำลังสั่น
ก่อนเกิดเป็นลมใหม่
[Verse 1]
เปลือกบางบาดหัวใจ
ทุกก้าวคือแผลงาม
ความเงียบกดทับไว้
จนได้ยินชื่อเดิมจาง
มือฉันจับความกลัว
แน่นเหมือนกิ่งแห้ง
แต่ข้างในเริ่มขยับ
เหมือนจะมีปีกแทรก
[Chorus]
จิตตั้งมั่นแล้ว
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
ลืมทางเก่าไป
ลืมทางเก่าไป
รังเดิมปล่อยฉัน
รังเดิมปล่อยฉัน
[Verse 2]
ครูบอกให้ทนฟัง
แม้น้ำตาจะหนัก
ให้ความเจ็บเป็นทาง
ให้ความพังเป็นหลัก
แล้วเช้าวันหนึ่งช้า
แสงแตะปลายนิ้ว
เส้นด้ายที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มไหวเป็นลมหวิว
[Bridge]
เสียงไห้ค่อยเปลี่ยนเสียง
เป็นเพลงที่พาไป
ผีเสื้อดันรอยแตก
จนฟ้ามาอยู่ในใจ
ปีกใหม่ไม่ต้องขอ
จากคืนที่เคยหนา
มันเกิดจากการยอม
ให้เก่าละลายลงมา
[Chorus]
จิตตั้งมั่นแล้ว
ในสิ่งไม่เกิดไม่ดับ
ลืมทางเก่าไป
ลืมทางเก่าไป
รังเดิมปล่อยฉัน
รังเดิมปล่อยฉัน
[Outro]
ตอนนี้ฉันบินเอง
เหนือรอยเย็บเดิมนั้น
เส้นด้ายยังร้องเบาเบา
แต่ร้องเป็นคำอวยพร
รากเหง้าแห่งทุกข์
[Intro]
รากลึกในทรวง
กอดความเจ็บไว้
ปรารถนาพาไหว
น้ำตาในเส้นสาย
[Verse 1]
ตัณหาฝังลึก
ใต้ทุกลมหายใจ
ยิ่งไขว่คว้ายิ่งหนัก
ยิ่งรักยิ่งร้าวใจ
สายพิณยังร้อง
เหมือนรู้ความจริงนั้น
ทุกการยึดไว้
คือบาดแผลของวัน
[Pre-Chorus]
ฟังให้ลึกลงไป
ใต้เสียงที่สั่นไหว
เมื่อใจหยุดดิ้นรน
ความมืดจะคลาย
[Chorus]
ใจเดียวในความว่าง
ลืมโลกที่สับสน
ใจเดียวในความว่าง
ปล่อยทุกอย่างหล่นลง
ปล่อยเถิด ปล่อยเถิด
แล้วใจจะพ้นวง
ใจเดียวในความว่าง
ทุกข์ทั้งปวงดับลง
[Verse 2]
เหมือนอ่านรหัสลับ
ในสายเลือดวิญญาณ
เห็นวงจรเดิมซ้ำ
จากความกลัวเนิ่นนาน
เมื่อเข้าใจรากเหง้า
น้ำตากลับเป็นทาง
สิ่งที่เคยพันธนาการ
กลายเป็นประตูสว่าง
[Bridge]
สายพิณเปลี่ยนเสียงร้อง
เป็นเพลงของการเห็น
รากที่เคยลึกมืด
บัดนี้ไม่ซ่อนเร้น
ความจริงไหลท่วมมา
ล้างชื่อของความเศร้า
สิ่งที่เคยเป็นเงา
กลับกลายเป็นแสงเรา
[Chorus]
ใจเดียวในความว่าง
ลืมโลกที่สับสน
ใจเดียวในความว่าง
ปล่อยทุกอย่างหล่นลง
ปล่อยเถิด ปล่อยเถิด
แล้วใจจะพ้นวง
ใจเดียวในความว่าง
ทุกข์ทั้งปวงดับลง
[Outro]
รากเหง้าเผยตัวแล้ว
แผลเก่าไม่ครองใจ
สายพิณค่อยๆ เลือน
เหลือพรแห่งความว่างในใจ
วิญญาณที่เหนื่อยล้า
[Intro]
สายใยร้องไห้
เหนื่อยล้าลึกในใจ
วิญญาณยังไหว
แต่ไม่อยากลุกไป
[Verse 1]
ฉันผ่านการเกิด
มานับไม่ถ้วนคืนวัน
ทุกชีวิตเดิม
เหมือนน้ำตาที่ผันผ่าน
สายใยสั่นเบา
เหมือนแบกฟ้าทั้งใบ
ฉันเหนื่อยจนรู้
ว่าหัวใจยังไหว
[Chorus]
รสของความเดียวดาย
ทำให้ลืมใครๆ
รสของความเดียวดาย
ทำให้ใจว่างไป
โอ้ ฉันหลับตา
และปล่อยให้มันพา
รสของความเดียวดาย
ล้างความต้องการ
[Verse 2]
แต่แล้วความรัก
ก็เปิดประตูในอก
แรงชีวิตเก่า
ค่อยๆ ไหลกลับมาหมด
สายใยที่ร้อง
เริ่มเปลี่ยนเป็นเพลง
จากน้ำตาเดิม
กลายเป็นแสงที่เห็น
[Bridge]
เสียงร้องกลายเป็นเพลง
เมื่อพักพิงเข้ามา
ความเหนื่อยทั้งมวล
ค่อยจมหายไปช้าๆ
ฉันรับความรัก
ที่มาจากฟ้าไกล
และรู้ในใจ
ว่าฉันได้พักแล้ว
[Chorus]
รสของความเดียวดาย
ทำให้ลืมใครๆ
รสของความเดียวดาย
ทำให้ใจว่างไป
โอ้ ฉันหลับตา
และปล่อยให้มันพา
รสของความเดียวดาย
ล้างความต้องการ
[Outro]
สายใยค่อยเลือน
เหลือเพียงการพักพิง
วิญญาณที่เหนื่อยล้า
ยิ้มรับการเริ่มจริง
หายเหนื่อยทั้งใจ
จบลงด้วยพร
และคืนวันต่อไป
อ่อนโยนกว่าก่อน
สะพานข้ามห้วง
[Intro]
ทะเลเวียนว่ายกว้างไกล
ไม่มีสะพานให้ใจข้ามไป
น้ำตาเอ่อล้นในทรวง
ยืนกลางคลื่นและความว่าง
[Verse 1]
สังสาระกว้างเหมือนฟ้า
ลมพัดมาด้วยพายุหนัก
ก้าวหนึ่งก็ยังไม่ถึงฝั่ง
ใจยังสั่นกลางคืนยาว
สายโค้งของชีวิตบาดลึก
เสียงครวญจากเส้นสายยาวไกล
เหมือนแบกโลกทั้งใบไว้
บนบ่าที่อ่อนล้าเกินทน
[Pre-Chorus]
แต่ไกลออกไปมีแสง
เหมือนทางที่ไม่เคยดับ
เมื่อใจหยุดดิ้นรน
ความกลัวเริ่มคลายมือ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธิญาณ
ความกลัวเกิดตายก็สิ้นไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธิญาณ
คลื่นทุกลูกก็พาเราไกล
[Verse 2]
ทางอริยะแห่งความจริง
คือสะพานที่ข้ามสังสาระ
คราวนี้น้ำตาไม่ใช่แผล
แต่เป็นครูให้เรารู้ตื่น
ก้าวที่เคยหลงในหมอก
กลับมั่นคงเหมือนดอกบัว
ปลายฝั่งไม่ได้อยู่ไกล
เมื่อใจไม่หันกลับหลัง
[Bridge]
สะพานธรรมเริ่มปรากฏ
กลางฟองคลื่นที่แตกกระจาย
เสียงครวญค่อยเปลี่ยนเป็นเพลง
เหมือนฟ้าสว่างในทรวง
ข้ามไปด้วยลมหายใจ
ไม่ต้องแบกอดีตต่อ
ทุกก้าวคือการปล่อยวาง
ทุกก้าวคืออิสรภาพ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธิญาณ
ความกลัวเกิดตายก็สิ้นไป
เมื่อใจเป็นหนึ่งในพุทธิญาณ
คลื่นทุกลูกก็พาเราไกล
[Outro]
ทะเลยังงามอยู่เสมอ
แต่ใจข้ามพ้นแล้ววันนี้
เหลือเพียงแสงแห่งอิสระ
และคำอวยพรในสายลม
สายในความว่าง
[Verse 1]
ทุกอย่างหายไปในมือเรา
รูปทรงเดิมก็ไม่เคยอยู่
ลมหายใจสอนให้รู้
ว่าสิ่งใดก็ไม่เที่ยงตรง
น้ำตารินลงบนสาย
ให้หัวใจค่อยๆ ยอมรับ
สิ่งที่รักยิ่งนัก
ก็กลับคืนสู่ทางของมัน
[Pre-Chorus]
เจ็บก็เจ็บให้สุด
แล้วค่อยปล่อยให้ผ่าน
เมื่อไม่ยึดวันวาน
ใจจึงเริ่มเบา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกทั้งใบก็คลายความสับสน
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เสียงร้องไห้ค่อยพาเราไปพ้น
(เป็นหนึ่งในความว่าง)
(พ้นความสับสน)
[Verse 2]
เธอให้เสรีแก่ทุกสิ่ง
ปล่อยสิ่งที่มีคืนดินฟ้า
มือที่เคยกอดมา
วันนี้ยอมวางอย่างอ่อนโยน
ความสูญเสียไม่ได้ว่างเปล่า
มันสอนเราว่ารักคือจริง
แม้ไม่มีสิ่งใดคงนิ่ง
แต่ความเมตตายังคงอยู่
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกทั้งใบก็คลายความสับสน
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เสียงร้องไห้ค่อยพาเราไปพ้น
(เป็นหนึ่งในความว่าง)
(พ้นความสับสน)
[Bridge]
จากน้ำตาเป็นบทเพลง
จากการลาจากเป็นการปล่อย
สายเสียงที่เคยพร่ารัว
เริ่มส่องแสงในอกเรา
[Final Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกทั้งใบก็คลายความสับสน
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
ความรักยังอยู่แม้สิ่งเดิมหมดลง
(เป็นหนึ่งในความว่าง)
(ใจยอมรับแล้ว)
[Outro]
สายลมพาไปเบาๆ
สู่ความสงบอันอ่อนโยน
ความสูญเสียกลายเป็นพร
ในใจที่ยอมรับแล้ว
สายร้องอนิจจัง
[Intro]
สายลมพาใจแหว่งวิ่น
เสียงสายร้องถึงความสูญเสีย
น้ำตาไหลในห้องว่าง
ทุกสิ่งดับแล้วก็ผ่าน
[Verse 1]
ทุกอย่างหายไป
สอนใจให้เห็นอนิจจัง
รูปทรงที่เคยกอดไว้
วันนี้ก็ร่วงลงกลางทาง
ฉันยืนดูเศษฝัน
และยอมรับความจริงเบาๆ
สิ่งที่รักไม่เคยอยู่
แต่เคยงามพอให้จำ
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็เลือนหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เหลือเพียงความจริงข้างใน
(ความว่าง)
(ความจริง)
[Verse 2]
ร้องเถอะ ร้องให้พอ
ให้ความสูญเสียได้มีที่ไป
ให้สายธารน้ำตา
ไหลผ่านอกที่เคยแข็งไว้
ฉันไม่หนีความเจ็บ
ฉันมองมันด้วยตาอ่อนโยน
เพราะทุกสิ่งที่แตกสลาย
ยังคืนกลับสู่ธรรมเดิม
[Bridge]
แล้วสายร้องเริ่มเปลี่ยนเป็นเพลง
ความยอมรับค่อยๆ มาถึง
มือที่เคยกำไว้แน่น
เริ่มปล่อยทุกอย่างกลับคืน
เขามอบอิสระให้ทั้งหมด
ให้ความสูญเสียกลับสู่น้ำ
และใจที่เคยร่วงหล่น
ก็ลอยขึ้นอย่างสงบงาม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
โลกสับสนก็เลือนหาย
เมื่อใจเป็นหนึ่งในความว่าง
เหลือเพียงความจริงข้างใน
(ความว่าง)
(ความจริง)
[Outro]
สูญเสียจบลงแล้ว
ความสงบเริ่มส่องทาง
สายร้องกลายเป็นพร
ในใจที่ยอมรับทุกอย่าง
หมุนล้อสังสาร
[Intro]
ล้อเดิมยังหมุน
ไม่เคยหยุดพัก
หัวใจฉันล้า
ล้าในสังสาร
[Verse 1]
เหนื่อยนักกับการเกิด
แล้วเกิดอีกครั้ง
ร้องไห้กลางทาง
ในคืนยาวนาน
แบกความอยากไว้
จนไหล่แทบหัก
ทุกชาติที่ผ่าน
มีแต่น้ำตา
[Pre-Chorus]
พอแล้วได้ไหม
กับความผูกพัน
พอแล้วได้ไหม
กับวงเวียนเดิม
ขอแค่ลมหายใจ
ที่ไม่ต้องไล่ตาม
ขอแสงบาง ๆ
นำฉันกลับบ้าน
[Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
พ้นเกิดพ้นตาย
ถึงพุทธภาวะ
ใจคลายเวียนวาย
ถึงพุทธภาวะ
ไม่ต้องกลับมาอีก
ถึงพุทธภาวะ
สงบในที่สุด
[Verse 2]
กิเลสค่อยสลาย
เหมือนฝนบนหิน
ความเงียบเข้ามา
แทนเสียงในใจ
สิ่งที่เคยยึด
ค่อยปล่อยมือไป
เหลือเพียงความจริง
ที่อ่อนโยน
[Pre-Chorus]
พอแล้วได้ไหม
กับความแสบร้อน
พอแล้วได้ไหม
กับเงาในทรวง
ขอแค่ดวงจิต
ไม่ต้องดิ้นรน
ขอทางสว่าง
ที่พาใจพ้น
[Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
พ้นเกิดพ้นตาย
ถึงพุทธภาวะ
ใจคลายเวียนวาย
ถึงพุทธภาวะ
ไม่ต้องกลับมาอีก
ถึงพุทธภาวะ
สงบในที่สุด
[Bridge]
แล้วเสียงที่ร้อง
ค่อยแปรเป็นเพลง
แล้วใจที่เจ็บ
ค่อยอ่อนเป็นแสง
สังสารซาไป
เหมือนคลื่นไกลฝั่ง
ความว่างโอบรับ
จนหมดความหวังเก่า
[Solo]
ถึงพุทธภาวะ
ถึงพุทธภาวะ
ลมหายใจนิ่ง
น้ำตาก็พัก
ถึงพุทธภาวะ
ถึงพุทธภาวะ
ในความเงียบนี้
ฉันกลับเป็นฉัน
[Final Chorus]
ถึงพุทธภาวะ
พ้นเกิดพ้นตาย
ถึงพุทธภาวะ
ใจคลายเวียนวาย
ถึงพุทธภาวะ
ไม่ต้องกลับมาอีก
ถึงพุทธภาวะ
สงบในที่สุด
[Outro]
ล้อเดิมยังหมุน
แต่ฉันไม่หมุนตาม
เหลือเพียงความว่าง
และคำอธิษฐาน
ถึงนิพพานแล้ว
ใจได้พักจริง
จบการเดินทาง
ในความสงบงาม
หัวใจแตกและมานะ
[Verse 1]
หัวใจที่แตกในมือฉัน
รักกลายเป็นแผลในลมหายใจ
สายตาที่เคยหวาน
วันนี้มีเพียงรอยร้าวไหว
ฉันกอดความเจ็บไว้แน่น
เหมือนกลัวมันจะหายไป
[Pre-Chorus]
แต่ในความพัง
มีทางให้มองเห็น
เมื่อใจอ่อนลง
ความรักเริ่มเป็นแสง
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Verse 2]
สายที่เคยคร่ำครวญ
เริ่มสั่นเป็นเสียงอ่อนโยน
ฉันเห็นเธอในทุกคน
และทุกคนในเธออีกหน
ความเจ็บไม่หายไปทันที
แต่มันไม่กัดกินเหมือนเดิม
[Pre-Chorus]
จากรอยแตก
เป็นทางของการเยียวยา
จากน้ำตา
เป็นธารที่พาเรากลับมา
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Bridge]
เขารักทุกสิ่ง
เพราะทุกสิ่งคือเขา
เสียงร้องที่เคยแตกพร่า
กลับกลายเป็นความเต็มเปี่ยม
ฉันยืนอยู่กลางความพัง
แล้วพบว่าใจยังงดงาม
[Chorus]
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ทุกความต่างลืมได้หมด
เมื่อใจเป็นหนึ่งในรักและเมตตา
ความแยกไกลก็สลายลง
(รักและเมตตา)
(ลืมได้หมด)
[Outro]
สายลมพาหัวใจที่มานะ
ค่อยๆ กลับเป็นหัวใจที่มีกัน
รอยแตกกลายเป็นทางแสง
และความรักไม่เคยจบลง
